An Unbiased Review IRON CHEF Thailand

posted on 26 Jan 2012 23:07 by dunbine  in Event  directory Entertainment, Lifestyle, Food
 
 
 
 
 
 
 
 
สวัสดีครับ ขอต้อนรับสู่ An Unbiased Review IRON CHEF Thailand เป็นการรีวิวรายการทีวีครั้งแรก
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
ที่มา
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
IRON CHEF คืออะไร ?
 
 
 
 
IRON CHEF คือรายการแข่งทำอาหารที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น โดยมีชื่อญี่ปุ่นว่า 料理の鉄人 (Ryōri no Tetsujin) โดยรูปแบบรายการคือ การที่มีผู้ท้าชิงแต่ละสัปดาห์เข้ามาในรายการ และเลือกท้าเชฟกระทะเหล็กที่รายการเตรียมไว้ และประธาน (ประธานคากะ) ก็จะเปิดเผยส่วนผสมบังคับที่ทั้งสองฝ่ายต้องใช้ แล้วจึงทำอาหารตามโจทย์ และให้กรรมการชิม และตัดสินว่าใครชนะ
 
 
เนื่องจากเป็นการแข่งทำอาหารที่ดูจริงจัง มีสาระความรู้ และได้ตื่นเต้นและลุ้นกับมัน ดังนั้นจึงมีคนชอบรายการนี้อยู่มาก (คนดูช่องเก้าแม้จะเสียอารมณ์ที่เซนเซอร์แอลกอฮอลทำอาหารในรายการบ้าง แต่ก็คงไม่ส่งผลมากเท่าไร)
 
 
 
ทีนี้ ก็มีข่าวเกี่ยวกับบริษัทแห่งหนึ่งได้ซื้อลิขสิทธิ์ของ IRON CHEF มาทำเป็น Iron Chef Thailand ซึ่งหลายๆ คนก็ให้ความสนใจอย่างมาก และตั้งความคาดหวังกันพอควร (และไม่น้อยที่สบประมาทก่อนเลย)
 
 
ดังนั้นถ้าจะสรุปผู้ที่ดูรายการนี้ จะแบ่งเป็นสามพวก ดังนี้
 
1. คนที่เคยติดตาม IRON CHEF ญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ค่อนข้างคาดหวังให้รูปแบบรายการเหมือนต้นฉบับ หรือต้องใกล้เคียงที่สุด
 
2.คนสนใจทั่วไปที่ไม่เคยดู IRON CHEF ญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มนี้ก็คงลุ้นว่ารูปแบบรายการจะเป็นอย่างไร ดังนั้นความคาดหวังจึงมีไม่มาก
 
3. คนอยากลองดูเฉยๆ กลุ่มนี้อาจมีรายการประจำอยู่แล้ว (เช่นแฟนรายการคนเห็นผีที่ฉายวันเวลาเดียวกัน) ดังนั้นความคาดหวังคือ ขอให้รายการสนุก น่าสนใจ  ถ้าไม่สนุก ก็คงกลับไปดูริวจิตสัมผัสเหมือนเดิม
 
 
ผมจะอยู่ในกลุ่มแรกครับ ดังนั้นความคาดหวังจึงค่อนข้างสูงเล็กน้อย
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ผลการดูและผลของความรู้สึกเมื่อได้ดูแต่ละช่วงรายการ
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
ก่อนเข้ารายการ  (ประมาณ 30 นาที)
 
 
 
ตรงนี้ถือว่าการสื่อสารระหว่างสื่อ Facebook ของรายการ กับผู้เฝ้าชม ผิดพลาด เนื่องจากเดิมที Facebook ของรายการบอกว่า รายการจะมาประมาณ 22.30 น. ซึ่งภายหลัง Facebook ของรายการก็บอกว่า เวลาฉายคือ 22.45 ซึ่งเลยไป 15 นาที 
 
แต่แล้ว 22.45 ละครก็จบลงจริง ....... แต่รายการต่อไป กลายเป็นรายการประเด็นเจ็ดสี ซึ่งเป็นการสรุปข่าวต่างๆของช่องเจ็ด อีกประมาณ 30 นาที ดังนั้นเวลาฉายของรายการนี้จริงๆ มันคือ 23.15 โดยประมาณต่างหาก
 
 
 
 
ไม่ได้บอกว่า ข่าวสารมันไม่มีประโยชน์นะ แต่อย่าลืมว่า ผู้คาดหวังว่าจะดูรายการนี้ คงเสียอารมณ์ ถ้าเวลาที่ฉายจริงมันคนละเวลากับที่บอกใน Facebook ...... ถือว่าเปิดตัวได้ไม่งามเท่าไร
 
 
 
Check Point: Facebook รายการบอกเวลาของรายการผิด
 
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
รายการช่วงแรก  (ประมาณ 12.30 นาที)
 
 
Intro
 
เริ่มต้นมา ก็บอกเรทติ้งเลยว่า อายุ 13 ขึ้นไป ..... แสดงว่าต้องมีภาพไม่เหมาะสม?
 
 
ต่อมาก็ตามสไตล์รายการทีวีไทยทั่วไป ก็คือเป็นภาพโลโก้สปอนเซอร์ผู้สนับสนุนรายการ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เหมือนรายการอาหารทั่วๆไป คือเป็นของเกี่ยวกับอาหาร ซึ่งมีแปลกบ้างก็มีบริษัทประกันภัยและรถ หลังจากนั้นก็ยังไม่เข้ารายการ ก็ยังคงมีสนับสนุนโดยเช่นเดิม แต่อันนี้เป็นภาพโฆษณาเคลื่อนไหวเลย ที่จำได้แน่ๆ ก็ซอสยี่ห้อหนึ่ง (จริงๆไม่ได้จะสงวนชื่อยี่ห้อ แต่มันมีลืมบ้างอะไรบ้าง) ..โฆษณาในช่วงเปิดรายการใช้เวลาประมาณ 30 วินาที
 
 
หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงรายการ ซึ่งก็คล้ายๆกับทางญี่ปุ่น คือจะมีเกริ่น บอกกล่าวอะไรบางอย่าง และเนื่องจากรายการนี้เป็นเทปแรก ในช่วงแรกของรายการก็จะเป็นการปูพื้นก่อนว่า Iron Chef คืออะไร มาจากไหน ก็ถือว่าอธิบายได้กระชับดี เสียงดนตรีดูน่าสนใจ ดูท่าทางรายการน่าจะไปได้สวย
 
 
แล้วรายการก็ได้พูดถึงประธานคากะ ซึ่งเป็นประธานในการแข่งขันเวอรชั่นญี่ปุ่น ที่คนชอบมาก เนื่องจากดูสง่า และดูเท่ดีด้วย โดยในรายการจะพูดว่าประธานคากะทำอะไรบ้าง และมีเจตนารมณ์อย่างไร
 
จุดสำคัญของช่วงนี้คือ เค้าได้สืบทอดไปยังเพื่อนของเค้าที่ประเทศไทย ........ (ซึ่งมีบางส่วนรู้แล้วว่าใคร) โดยเพื่อนของเค้าคนนั้น ก็คือ สันติ... "ซัง" .......... โดยให้ทำ IRON CHEF ประเทศไทย
 
 
 
ต่อจากนั้นก็เป็นการแนะนำ สันติซัง  (จริงๆก็คือสันติ เศวตวิมล แม่ช้อยนางรำนั่นแหละ) พร้อมกับประวัติเล็กน้อย
 
 
ต่อจากนี้ ผมจะเรียกว่า สันติซัง ตลอดการรีวิวนะครับ *-*
 
 
ต่อมาก็มีการแนะนำเชฟกระทะเหล็กของประเทศไทย ซึ่มีสี่คน คือ
 
 
- เชฟเอียน ทำอาหารยุโรป
- เชฟชัยเทพ (ลี) ทำอาหารจีน
- เชฟบุญธรรม ทำอาหารญี่ปุ่น
- เชฟชุมพล ทำอาหารไทย ..... นี่แหละที่ขาดไม่ได้ สำหรับรายการที่ทำโดยประเทศไทย
 
 
 
ดูจากการเก๊กของเชฟทั้งสี่ ก็ดูน่าเกรงขามดี ซึ่งก็คล้ายๆกับต้นฉบับ คือหน้าตาต้องดูสุขุม เข้มๆ
 
 
 
ต่อมาก็เป็นการแนะนำกรรมการสรรหา .... อันนี้ผมเริ่มงงหละ อะไรคือกรรมการสรรหา..... ถ้าพูดง่ายๆ คือ กรรมการผู้ตัดสินในช่วงชั่วโมงแรกนั่นเอง (คนที่งงว่าทำไมแบ่งเป็นชั่วโมงแรกชั่วโมงหลัง โปรดติดตามตอนต่อไป)
 
 
 
ซึ่งก็แนะนำทั้งหมดสามท่าน คนแรกคือเชฟจำนงค์ มาจากสถาบันเกี่ยวกับอาหาร คนต่อมาปิ่นโตเถาเล็ก เป็นนักชิม ซึ่งผมมองว่า สองคนนี้ เวิรค์ดี เหมาะเป็นกรรมการรายการแนวแข่งทำอาหารจริงจังได้
 
 
ส่วนอีกคน คือดารา พิธีกร ชื่อนีโน่ เมธนี ซึ่งจริงๆแล้วเค้าก็เป็นพิธีกรรายการอาหาร เคยเปิดร้าน และเป็นนักชิม มาแล้วนะ แต่นีโน่จะออกแนวสร้างสีสรร เรียกเสียงฮา ตบมุกเป็นหลักมากกว่า
 
 
 
แล้วต่อมา รายการก็บอกอธิบายกติกา ก็คือจะมีเชฟท้าชิงสามคน (ต่างจากของญี่ปุ่น ที่มักมาทีละคน) ทั้งสามคนก็ต้องมาแข่งกันเพื่อเลือกคนนึง ไปแข่งกับเชฟกระทะเหล็กของรายการ (โอ้ว มีรอบคัดเลือกด้วยเว้ย)....... รายการบอกว่า ต้องต่อสู้โดยมีศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน ............ ดูยิ่งใหญ่ดีเนอะ
 
 
แล้วก็ปิดท้ายด้วยภาพสุดคลาสสิก นั่นคือ สันติซังกัดพริกหวาน !  (ตรงนี้ต้นตำหรับคือประธานคากะ ลองเซิจภาพจาก Google ได้ มีแต่รูปเค้ากัดพริกหวาน)
 
 
 
Check Point: รายการติดเรท, ประวัติเวอร์ชั่นญี่ปุ่น , เพื่อนประธานคากะ, สันติซัง, กัดพริกหวาน
 
 
 
เข้าสู่ช่วงรายการตอนแรก
 
 

ต่อมาก็เข้าสู่ช่วงรายการ ที่ผมอยากรอดูมานานแล้วว่าจะเป็นอย่างไร ... และตั้งความหวังไว้สูง ตามสไตล์คนเคยดูแบบเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมา
 
 
มาถึงผมก็แทบหงายหลัง อันเนื่องจากสีของฉาก ที่เน้นสีฟ้า สีน้ำเงิน ดูเป็นรายการเกมโชว์รายการทีวีทั่วไปมากๆ ...... ผมคิดว่ามันควรจะมีสีดำ หรือแดง เพื่อแสดงให้เห็นความดุเดือด ความมันในการแข่งขันเสียอีก ..
 
 
แล้วก็มีพิธีกรออกมา คือชาคริส แย้มงาม ...... ครับ เป็นพิธีกร ไม่ใช่ประธาน ซึ่งต่างจากแบบญี่ปุ่นเล็กน้อย
 
 
และผมก็หงายหลังอีกรอบ ก็คือกล้องก็แพนไปหาคนดู (สรรหา?) ที่ปรบมือพร้อมส่งเสียงร้องวี้ดว้าย ราวกับเกมโชว์เมืองไทยเลยทีเดียว ...
 
 
 
และที่สำคัญคือ กล้องมักจะแพนไปทางคนดูบ่อยมาก ซึ่งเหนือคนดู จะมีป้ายผู้สนับสนุนรายการเห็นชัดเจนมาก ราวกับว่า กล้องจะพยายามถ่ายคนดูโดยหวังผลให้เห็นสปอนเซอร์มากกว่า
 
 
 
โอเค ก็พยายามคิดว่า มันก็เป็นปกติสำหรับรายการที่ต้องการสร้างบรรยากาศไม่เงียบ ก็เลยไม่ติดใจอะไร
 
 
พิธีกรก็ได้แนะนำผู้ท้าชิงทั้งสามท่าน เอาหละได้ลุ้นกันต่อว่าจะเป็นใครบ้าง ...
 
 
 
 
- คนแรกที่ออกมาคือ เจ้จง .................. เจ้จงที่ขายหมูทอดพระรามสี่แหละ  โอ้ว ...... ร้านดังซะด้วย แต่เป็นร้านสไตล์ห้องแถว เป็นกับข้าวต่างๆ ที่มีคนต่อคิวเป็นจำนวนมาก ตรงนี้ผมก็แปลกใจ ที่นำผู้ทำอาหารสไตล์ห้องแถว มาแข่งทำอาหาร ก็ถือว่าดูแปลกดีไปอีกแบบ เพราะญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักเป็นเชฟภัตตาคาร หรือโรงแรมต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ อันนี้เชฟทำอาหารแนวเรียบง่าย
 
เจ้จงออกมาแล้ว ก็เป็นสกู้ป ประวัติเจ้จง และถ่ายบริเวณร้านให้ดูคิวที่ยาวเหยียด
 
 
ผมดูแว้บแรกนี่ เหมือนให้อารมณ์แนะนำผู้เข้าแข่งขันแฟนพันธุ์แท้เลย จริงๆนะ ....
 
 
ในระหว่างที่บรรยาย ผมก็คิดได้อีกอย่าง คือผู้บรรยาย (Narrator) บรรยายยังไม่ถึงรสชาติเท่าไร ยังขาดน้ำหนักให้คนฟังสนใจ
 
 
กลับมาที่ประวัติ ตามสไตล์ ก็ต้องมีอะไรซึ้งๆ บ้าง เป็นความไฝ่ฝัน แรงบรรดาลใจ และอื่นๆ
 
จบจากสกู้ปแล้ว ก็กลับมายังห้องส่ง พิธีกรก็สัมภาษณ์เจ้จง เหมือนกับรายการทีวีทั่วไป ซึ่งเจ้จงก็ดูมั่นใจสู้ตายมาก
 
 
- คนต่อมาคือเชฟไกร ... เห็นว่าคนนี้ขายอาหารอิตาเลียนแบบราคาไม่แพงแถวๆราม รายนี้ดูจริงจัง จริงใจ ทุ่มเท แลมีประวัติที่น่าสนใจ เค้าเริ่มทำอาหารตั้งแต่ยังเป็น 0 จนตอนนี้ขายอาหารอิตาเลียนราคาไม่แพง ยึดว่า อาหารดีไม่จำเป็นต้องแพง ...... พี่หัวใจหล่อมากครับ
 
 
พรีเซนเทชั่นของเชฟไกรนี่ ดูจริงจังมากกว่าเจ้จงพอควรเลย
 
 
ต่อจากนั้นก็เริ่มการสัมภาษณ์เหมือนเดิม.. ซึ่งก็ดูจริงจังกว่าสัมภาษณ์เจ้จงพอควร
 
 
ตอนนี้ผมคิดเลยว่า... เจ้จงกับเชฟไกร เป็นเชฟคนละฟิลด์กันเลย .. คนนึงดูเฮฮาสบายๆ คนนึงดูจริงจังมุ่งมั่น ประเภทอาหารทั้งสองก็ต่างกัน ...  หรือว่ารายการจะเน้นความหลากหลายของผู้เข้าแข่งขันมากกว่า?
 
 
ระหว่างนี้ กล้องก็จะตัดไปทางคนดู(พร้อมป้ายสปอนเซอร์) เป็นระยะๆ จนคนดูน่าจะสังเกตเห็นได้ว่าเพื่อการโฆษณาแน่นอน ..
 
 
 
- คนที่สาม เชฟไบรท์ ..... โอ้ว เชฟคนต่างชาติ (มาเลเซีย) ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ! ซึ่งก็จริงๆ ด้วย ในวีดีโอแนะนำตัว อธิบายไปเพียบเลย ว่าเป็นคนเก่ง ทำอาหารได้หลากหลาย เก่งระดับเอเซีย ทำอาหารเก่ง ............
 
ในใจผมคิดแว้บแรกเลยว่า คนนี้แหละ เหมาะสุดในการแข่งขันรายการแนวนี้แน่นอน ทำให้ผมรู้สึกว่า โอเค เริ่มคล้ายๆเวอร์ชั่นญี่ปุ่นแล้ว น่าติดตามมาก ...
 
ตัดกลับมารายการ ก็สัมภาษณ์เช่นเดิม พิธีกร (ชาคริต) ก็สัมภาษณ์เชฟไบรท์เป็นภาษาอังกฤษ!!! และมีซับไตเติลไทยด้านล่างประกอบด้วย ถือว่าตรงนี้ผมให้คะแนนพิธีกรเต็มไปเลย ถ้ามีคนต่างชาติมาแข่งอีก ก็ต้องใช้แบบนี้แหละ เวิรค์เลย
 
 
และแน่นอน.......... กล้องก็ไม่ลืมที่จะแพนไปทางคนดู(สรรหา) พร้อมป้ายสปอนเซอร์แบบเต็มๆ เช่นเดิม ...
 
 
 
หลังจากนั้น พิธีกรก็แนะนำกรรมการสรรหาทั้งสามคน (ก็คือคนที่กล่าวไปก่อนหน้านั้นแล้วแหละ) 
 
 
ก็มีเล่นมุกบ้างอะไรบ้าง กล้องก็วกไปคนดู+สปอนเซอร์บ้าง
 
 
ปิดท้ายด้วยผู้ท้าชิงกอดอกเก็กหล่อเก็กสวยกันใหญ่
 
.
.
.
.
 
หลังจากนั้นก็น่าจะได้เวลาแข่งกันแล้วมั้ง .... 
 
 
 
พิธีกรก็บอกกติกา นั่นคือจะมีกลุ่มทดสอบผู้ท้าชิง ............... เห ทดสอบอะไรหนะ ......
 
 
 
 
นั่นคือ
 
.
.
.
.
 
 
เชฟกระทะแหลกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
 
 
 
.
.
.
.
 
 
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
 
 
 
วอทเดอะ...................................................................
 
 
หลังจากประกาศ ภาพก็ปรากฎกลุ่มดาราชื่อดังคุ้นหน้าคุ้นตา 6 คน เก๊กท่าสวยหล่อ พร้อมกับแนะนำตัวแต่ละคน .... ดาราบ้าง ดีเจบ้าง สลับกันไป 
 
 
และดาราไม่น้อย เป็นแนวๆเชิงขี้เล่น และตลกซะด้วย...
 
 
 
 
 
 
หลังจากนั้น พิธีกร กรรมการสรรหา และเชฟกระทะแหลก ก็มีสัมภาษณ์ พูดคุย ตบมุก ยิงมุก รับมุก พร้อมกับเสียงเอฟเฟคตลกราวรายการชิงร้อยชิงล้านช่วงสามช่าโชว์เลยทีเดียว .... คนดูก็หัวเราะ วี้ดว้าย พร้อมป้ายสปอนเซอร์ชัดเจนเช่นเคย
 
 
 
สภาพรายการ  .....  กลายเป็นรายการวาไรตี้ประเทศไทยชัดๆ เลย .........................  
 
 
 
 
แล้วก็ยังไม่แข่ง ................ ก็จะเข้าสู่ช่วงโฆษณาแล้ว .....
 
 
ตามรายการทั่วไป ก็มีตัวอย่างช่วงต่อไป เพื่อเรียกน้ำย่อย ?!?!?!?
 
 
 
และแล้วก็เข้าสู่ช่วงโฆษณา ..................... แบบเพลียใจเหลือเกิน
 
 
ผมว่ามันไม่ใช่ IRON CHEF แล้ว .......... มันรายการทำอาหารโดยดาราแน่ๆ ...........!!!
 
 
 
Check Point: เชฟแข่งกันเอง, เชฟหลากหลาย,พิธี่กรเก่งภาษาอังกฤษ, ถ่ายคนดู (เนียนโฆษณา) เยอะมาก, ดารากลุ่มเชฟกระทะแหลก, มุกตลกรายการไทยแลนด์
 
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
โฆษณาช่วงแรก  (ประมาณ 6 นาที)
 
โฆษณาส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับอาหาร มีที่ไม่ใช่อาหารบ้าง และปิดท้ายด้วยโปรโมตรายการของช่องเจ็ดเอง
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
รายการช่วงสอง  (ประมาณ 16.16 นาที)
 
 
 
 
เริ่มต้นก็ ตามสไตล์รายการไทยเช่นเดิม ..โฆษณาสินค้า.. "สนับสนุนโดย" บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กินเวลาไปประมาณ 16 วินาที  ... ก็ถือว่าไม่นานจนเกินไป (มั้ง)
 
 
 
ตัดกลับมารายการ (ที่สีสันสดใส พร้อมดารามากมาย เสียงเฮวี้ดว้ายของคนดู พร้อมสปอนเซอร์)  พิธีกร ก็บอกช่วงรายการ นั่นคือช่วง
 
 
 
ด่านประลองยุทธ ยุทธ ยุทธ ยุทธ ยุทธ ยุทธ ยุทธ ยุทธ ยุทธ ยุทธ ................
 
 
(จะเอคโค่ทำไม................ ? )
 
 
 
 
แล้วพิธีกรก็อธิบายกติกาคร่าวๆ คือจะมีการทำอาหารกัน และตัดสินโดยความอร่อย ความคิดสร้างสรร และความโดดเด่น ก็ถือว่าเป็นการตัดสินที่ดูมาตรฐานดีนะ
 
ถ้าผมได้ยินไม่ผิด เห็นว่ามีการทำโทษด้วย ............... โอ้ว เกมลงทัณท์ ????
 
 
 
สุดท้าย การแข่งขันก็คือ.... เชฟผู้ท้าชิง 1 คน แข่งกับเชฟกระทะแหลก 2 คนร่วมมือกัน ...............
 
 
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ 2 รุม 1 นะ ............. ประเด็นคือ ให้เชฟจริงๆ มาแข่งขันกับดารา (ที่ดูท่าทางจะมาเล่นตลกอย่างเดียว) ............ มันจะจริงจังไหม ..... และจะสมศักดิศรีเชฟที่ออกรายการไหม .... ตอนนั้นความอคติผมพุ่งพรวดเลย
 
ประกอบกับกระแสใน Facebook / Twitter / IRC ที่มีออกมาบ่นเกี่ยวกับรายการยาวพรืดเลย .....
 
 
Check Point: การแข่งขันทำอาหารที่เฮฮา, 1 รุม 2 หรือ 2 รุม 1?
 
 
 
เชฟไกรเริ่มแข่งคนแรก

 
โอเค เริ่มต้นเชฟไกรเป็นคนมาแข่งก่อน 
 
ส่วนการเลือกผู้ท้าชิง.......... กลับเป็นนีโน่ (กรรมการสรรหา) เป็นคนเลือกแฮะ ............. logic ดูแปลกๆ ไหม  =  =????
 
 
นีโน่ก็เลือกพล่่ากุ้ง(ชื่อคน) และไอซ์ สองคนนี้
 
พล่ากุ้่งนี่ เห็นแว้บแรกก็รู้แล้วว่ามาฮาแหงๆ มาในทรงแอฟโฟร่เลยทีเดียว ..
 
 
 
ต่อมาก็มีการเปิดเผยวัตถุดิบปริศนา ........ อะ ตามแบบ IRON CHEF ญี่ปุ่นเลย
 
ซึ่งตอนนี้ ประธานสันติซังยังไม่โผล่มาเลยครับ การดำเนินรายการ พิธีกร (ชาคริต) เป็นผู้โซโล่หลัก
 
 
 
 
และช่วงวัตถุดิบปริศนา ............ คนดูทางบ้านหลายคนก็ต้องตื่นตะลึงตาลุกเป็นมันวาว!!!!!!
 
 
 
 
ไม่ใช่เพราะส่วนผสมลับนะ
 
 
 
 
 
 
แต่เป็นสาวสวยราวพริตตี้ เดินเข้ามาในรายการ ........................ 
 
 
 
 
นีโน่ (กรรมการสรรหา) ก็ร้อง โอ้โห ว้าว เสียงดังฟังชัดเจนเลยทีเดียว ...... สร้างเสียงหัวเราะจากคนดู(สรรหา)+สปอนเซอร์ ได้เป็นอย่างดี........
 
 
 
ตอนนี้สมองผมเริ่มสับสนหละ.... สรุปนี่มันรายการอะไรเนี่ย ........... เชฟ ดารา ตลก พริตตี้ .......???
 
 
 
ก็พยายามจะลบภาพ iron chef ญี่ปุ่นออกจากหัวนะ เพราะรู้สึกว่า มันน่าจะเป็นรายการใหม่แล้ว แต่ใช้ชื่อ iron chef ........... = = 
 
 
แล้วพิธีกร+พริตตี้ ก็เปิดเผยส่วนผสมลับ นั่นคือ ไข่ปลาคาเวียร์??!!!!!
 
 
 
 
เปิดมาปุ๊ป คนในห้องส่งก็ โอ้โห ว้าว โหย กรี๊้ด กันยกใหญ่ กับความแพงระเบิดของไข่ปลาคาเวียร์ 
 
และมีข้อกำหนดคือ จำกัดแค่ช้อนเดียวด้วยนะ .... อืม เงื่อนไขดูยากดีแฮะ 
 
 
 
(ขอย้ำอีกรอบ กล้องแพนไปคนดูเมื่อไร คุณจะเห็นสปอนเซอร์เมื่อนั้น) ......................
 
 
ต่อจากนั้น ดาราทั้งสองก็แสดงความมั่นใจ (ออกโม้ๆ) ว่าเค้าคิดอาหารออกแล้ว กินแล้วตะลึงแน่นอน!! 
 
นีโน่ก็ช่วยตบมุก เป็นที่เฮฮาครื้นเครงกันทั้งรายการ ........... ดาราก็แสดงความฮาออกมาเป็นระยะ โดยเฉพาะพล่ากุ้ง ..... มีเอฟเฟคเสียงแว้ว แวว แวว ตามสไตล์คนจ๋อย
 
 
 
 
 
(ถ้าคิดว่าเป็นเกมโชว์เกมหนึ่ง อาจรับกับบรรยากาศนี้ได้)
 
 
 
 
ปล. เชฟไกร หน้ายังนิ่งๆ เลย...
 
 
 
 
ต่อมา ผมก็ตะลึงอีกรอบ เมื่อมีการให้เลือกตู้เย็น 1 ใน 3 ตู้ .... แต่ละตู้มีวัตถุดิบทำอาหารต่างกัน ............
 
 
 
ยังดี ที่ตู้เย็นไม่มีป้ายสปอนเซอร์ติดอยู่ มันจะกลายเป็นเปิดป้ายสปอนเซอร์เลย ..
 
 
เชฟไกรก็เลือกมาตู้นึง
 
 
และในที่สุด พริตตี้ก็ได้ทำหน้าที่ในรายการแล้ว นั่งคือ ........ เดินไปเปิดตู้เย็นที่เลือก และบอกว่าตู้นี้คืออาหารประเภทไหน ....
 
 
 
สรุปคือได้วัตถุดิบอาหารอิตาเลียนครับ  .. เชฟไกรคงจะถนัดอยู่แล้ว น่าจะไม่ยาก
 
 
 
ซึ่งเวลาในการทำ คือ 15 นาที  
 
 
 
พอเริ่มจับเวลาแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็รีบมาหยิบของในตู้เย็น (ซึ่งมีตู้เดียว) เพื่อมาทำอาหาร............ แต่สภาพมันเหมือนกับมาแข่งกันแย่งวัตถุดิบในตู้เย็นกันเลย...
 
 
 
เชฟไกร จะเน้นความสุขุม คือเดินนิ่งๆ เลือกแบบนิ่งๆ หยิบมาทำอาหารแบบนิ่งๆ สุขุม
 
ส่วนดาราอีกสองคน เอ่อ................ เหมือนจะเอาฮาอย่างเดียว
 
ประกอบกับคนพากย์ในรายการ ก็พูดเอาฮาอย่างเดียว ...
 
 
ทั้งท่าทางการรีบแย่งของจากตู้เย็น การเล่นมุกระหว่างทำอาหาร การทำอาหารที่ดูจะไม่ถนัดหรือแกล้งไม่ถนัดก็ไม่รู้ ... เช่นลืมตัดจุกน้ำปลา
 
 
 
สภาพแบบนี้ก็ไม่ต่างกับรายการดารามาทำอาหารแข่งโชว์กันนั่นแหละ ..........
 
 
(ปล. ถ้ามองว่ากำลังอยู่ในรายการ Ai no appron ก็อาจเป็นไปได้ ... ใครอยากรู้ว่ารายการเป็นยังไง ก็ลองเซิจกุเกิลดูนะ)
 
 
 
ต่อมา พิธีกรก็ไปสัมภาษณ์ฝั่งดารา ว่าจะทำอาหารอะไร ดาราก็ตอบอย่างมั่นใจว่า ............
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไข่เจียวไข่ปลาคาเวียร์ ...................................
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เหยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
 
 
 
ที่เหยดไม่ใช่อะไร ....... แต่นะ ไข่ปลาคาเวียร์แพงๆ นำมาทำเป็นไข่เจียว.......... มันไม่ใช่อะ...
 
 
 
 
 
 
 
ซึ่งในช่วงเวลานั้น ดาราก็พูด เล่นมุก เล่นนู่นนี่อย่างเดียว ก็เสียเวลาทำอาหารไปพอควร
 
 
จนกระทั่งมีเสียงบอกเวลาว่า ........... เหลือเวลาอีก 10 นาที ..... โอ้ว ทำแบบญี่ปุ่นเลย ..
 
 
 
 
 
 
แต่ขอโทษนะ ....... เสียงที่ประกาศ เป็นเสียงผู้หญิงพูดยานๆ โมโนโทน ดูหลอนๆ  ....... มันเหมือนเสียงบอกทางเครื่อง GPS .......... มันเหมือนกับเสียงแม่นาคพระโขนงมากๆ
 
 
ดังนั้นผมขอเรียกว่า น้องแม่นาค หละกัน ............ 
 
 
 
หลังจากน้องแม่นาคบอกเวลาแล้ว ฝ่ายดาราก็รีบเร่งทำอาหารกันใหญ่...... 
 
 
 
และดาราก็ปล่อยมุกคลาสสิก ....... เปิดเตาแก๊สไม่เป็น !  สร้างความเฮฮาทั้งห้องส่ง ....
 
 
 
(เอ่อ.......... ไม่เป็นจริงหรือนี่ = = ;;;;;)
 
 
 
 
ในระหว่างช่วงการทำ ก็เกิด EVENT สำคัญ นั่นคือหัวของพล่ากุ้ง (ซึ่งเป็นแอฟโฟร่) จู่ๆก็เกิดควันลุกไหม้ขึ้น .............. พร้อมกับภาพรีเพลย์ของรายการให้เห็นชัดๆ อีกรอบ ..
 
 
คนบรรยาย ก็บรรยายว่า มันเกิดจากการเปิดแก้สทิ้งไว้ ทำให้เกิดประกายไฟที่หัว .............
 
 
 
ภาพในตอนนั้น ก็คือเหมือนจะเป็นการหลุดคิว เหมือนจะหยุดการถ่ายทำ .... นีโน่ก็เข้ามาถามอาการว่าเป็นอย่างไร เจ็บไหม   พล่ากุ้งก็บอกว่าไม่เป็นอะไร ลุยต่อ นีโน่ก็บอกว่าถ่ายทำต่อไป  และกลับเข้าสู่รายการปกติ
 
 
หลังจากนั้น เหมือนดาราทั้งสองคนก็ตั้งใจทำอาหารขึ้นมากกว่าเดิมเป็นกองเลย ...... 
 
 
 
ปล. .............. คอมเมนต์ส่วนตัวจากเหตุการณ์นี้ คือถ้าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริง ทำไมยังคงใส่ในรายการ ไม่ตัดออกไป ....เพราะมันขัดอารมณ์อย่างมากมาย...... .. ต้องการดูตื่นเต้นขึ้น? อยากให้เสมือนจริงมากขึ้น ? ....   หรือถ้าต้องการเป็นอุทาหรณ์ ก็น่าจะไว้ท้ายรายการน่าจะเหมาะกว่า ........
 
 
ในขณะเดียวกัน เชฟกระทะแหลกที่เหลือ ก็ส่งเสียงเชียรกันดังกระหึ่ม .... 
 
 
พอเวลาใกล้หมด เสียงเชียร์ยิ่งมาก ...... ยิ่งโวยวาย ..............
 
 
 
 
และสุดท้ายก็หมดเวลา
 
 
เชฟไกร ก็ทำอาหารเสร็จสิ้น 
 
 
 
 
แต่ฝ่ายดารา................... ขอโทษนะ ........... ยังไม่ได้เอาไข่ลงกระทะเลย .............................
 
 
 
 
 
(มันแปลกไหม ........ ไข่เจียวที่ผมว่าให้เลวร้ายสุดๆ 3 นาทีก็เสร็จ แต่สุดท้ายก็ไม่เสร็จ ... = = )
 
 
 
 
สรุปคือ เชฟไกรก็ชนะ ทั้งๆที่ไม่จำเป็นต้องชิมเลยสักนิด ......... ...................
 
 
 
(คือผมว่ามันแย่มากๆเลย เหมือนดูถูกเชฟไกรอย่างรุนแรง ..........)
 
 
 
ต่อมาก็เข้าสปอตแนะนำอาหารของเชฟไกร ก็ดูดีทีเดียว
 
 
 
ซ%B่งเด5๋ยวกรรมการก็จะให้คะแนนอาหารของเชฟไกร เพื่อนำคะแนนไปสะสมในรอบต่อไป
 
 

Check Point:
จำกัดส่วนผสมลับ, ต้องเลือกตู้เย็น, พริตตี้เปิดตู้เย็น, ผู้แข่งขันแย่งของในตู้เย็น, ดาราทำอาหารไม่เป็น , พล่ากุ้งหัวไหม้, ผลตัดสินแบบไม่ต้องทดสอบอะไรเลย
 
 
 
เจ้จงเริ่มแข่งคนที่สอง


ต่อมาเป็นคิวของเจ้จงหละ ..... เจ้จงที่ดังในเรื่องหมูทอด จะทำอาหารมาแนวไหน น่าสนใจไม่น้อย ...
 
 
การเลือกเชฟกระทะแหลก นีโน่เป็นคนเลือกเช่นเดิม........... และก็เลือก จิ๊กกับไผ่
 
 
 
สองคนนี้ก็ดูเหมือนมาฮาเช่นกัน แต่จะฮาไหมก็ดูกัน ...
 
 
ส่วนผสมลับในรอบนี้ เปิดมากลายเป็นตู้ปลา ที่มีปลาไหลเป็นๆ เต็มไปหมด .................................
 
 
 
 
นีโน่ก็บอกว่า การจับปลาไหลไทย กับปลาไหลญี่ปุ่น มีวิธีต่างกัน .............. (จริงหรือมุกเนี่ย)
 
 
แต่ละคนก็ดูหยะแหยง ไม่กล้าจับกันใหญ่
 
 
สุดท้ายพิธีกรก็บอกว่า เค้าจะเตรียมปลาไหลให้คนละตัว ....... เออ ดีหน่อย (สรุปคือที่โชว์ปลาไหลเป็นๆ เพื่อให้เล่นมุกกันสินะนี่) ...
 
 
แล้วก็เป็นช่วงที่ทุกคนรอคอย ................ นั่นคือผู้ท้าชิงเลือกตู้เย็น! พริตตี้สาวสวยก็เดินไปเปิดตู้เย็น พร้อมประกาศว่าเป็นวัตถุดิบทำอาหารจีน
 
 
สรุป หน้าที่พริตตี้่คือ เดินสวย เปิดตู้เย็นสวย ประกาศวัตถุดิบสวย นั่นเอง ..
 
 
ต่อมาก็เริ่มทำอาหาร ก็ได้เห็นผู้แข่งขันแย่งของในตู้เย็นเหมือนเช่นเคย .....
 
 
แต่เหมือนเจ้จงจะเกลียดเมือกปลาไหลนะ หั่นไปยี้ไป ดิ้นไป ... ...?
 
 
 
รอบนี้ ดาราสองคนดูจริงจังกับการทำอาหารมากกว่าคู่แรกอีก  ...
 
 
กรรมการสรรหานอกเหนือจากนีโน่ ก็จะพูดแทรกความรู้ต่างๆ ให้ฟัง .... อันนี้ผมว่าเข้าท่าเลย ต้องแบบนี้สิ
 
 
หลังจากเจ้จงยี้ๆกับปลาไหล ก็เริ่มทำอาหารซะที (สงสัยแล่เสร็จแล้ว) ณ ตอนนี้ เจ้จงเริ่มจริงจังกับการทำอาหารมากขึ้น ... (อืม ดูดี ดูจริงจังขึ้น เจ๋งๆๆ)
 
อาหารเจ้จงทำ ก็ดูปกติทั่วๆไป คือเรียบง่าย ก็ถือว่าเป็นสไตล์เจ้แหละ
 
 
ภาพตัดกลับไปยังดารา ก็ได้พบกับ ดารากำลังจะหยิบน้ำมันมาใส่ในกระทะ ........... ซึ่งกล้องก็ได้แพนไปเห็นยี่ห้อของน้ำมันนั้นแบบชัดๆ เต็มๆ ...... ผมว่าอันนี้น่าจะจงใจโฆษณาหละมั้ง ..
 
แต่หลังจากเทน้ำมัน ก็เล่นมุกคลาสสิกอีกอย่างคือ โรคกลัวน้ำมันกระเด็น  .............. = =;
 
 
 
แล้วน้องแม่นาคก็บอกเวลาอีกรอบ แต่ละคนก็เร่งทำอาหารกันสุดฤทธิ์
 
 
เจ้จงตอนนี้ ทำอาหารอย่างตั้งใจ และจริงจังมาก รู้สึกดูดีขึ้นมากมายเลย
 
 
ตรงข้ามดารา........ สรุปทอดปลาไหลไหม้ซะแล้ว ............ แป่ว
 
 
 
 
ใกล้หมดเวลา คนดู(สรรหา)พร้อมป้ายสปอนเซอร์ก็ช่วยนับเวลาถอยหลัง จนหมดเวลา
 
 
 
เจ้จงทำอาหารชื่อ ปลาไหลไข่หงส์ ก็ดูดีนะ ..... น่าอร่อยเลยทีเดียว
 
ส่วนดาราทำอาหาร ปลาไหลทอดสะพาน อันนี้ดูเฉยๆ ...
 
 
ในที่สุด กรรมการสรรหา ก็ได้เริ่มชิมออกอากาศซะที
 
กรรมการชิมของเจ้จงแล้ว ก็ชมเจ้จงว่าไม่เลว เพราะเป็นอาหารที่คิดใหม่ ..
 
แล้วกรรมการก็ชิมของดารา ........... นีโน่ทำท่าเหมือนจะคายออกมา และคอมเมนต์ว่ารสชาติปลาไหลหายหมด
 
 
(ผมว่ามันเหมือนรายการ Ai no Appron จริงๆนะ)
 
 
จากรีแอคชั่นกรรมการ ก็พอทราบแล้วว่ายังไงเจ้จงก็ชนะ (ซึ่งก็ชนะจริงๆ) ....
 
 
 
 
ถึงตอนนี้ ผมก็ไม่เข้าใจ สรุปพวกดาราเชฟกระทะแหลก ........ เอามาแข่งทำไม.. ดูท่ายังไงก็น่าจะแพ้เชฟจริงๆอยู่แล้ว .... หรือเชฟกระทะแหลก เอามาเพิ่มเรทติ้งรายการหรือ... 
 
 
ต่อมาก็เริ่มเข้าสู่ช่วงเชฟไบรท์........ แล้วก็ตัดเข้าโฆษณาทันที ฮ่วย...
 

Check Point:
ปลาไหล , จับแบบไทยหรือญี่ปุ่น, น้ำมันกระเด็น , กินแล้วคาย  , ขัดอารมณ์
 
 
 

--------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
โฆษณาช่วงสอง  (ประมาณ 5 นาที)
 
 
โฆษณาก็เหมือนๆ กับช่วงแรก
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
รายการช่วงสาม  (ประมาณ 8.18 นาที)
 
 
เชฟไบรท์แข่งเป็นคนสุดท้าย

 
เชฟไบรท์ก็ได้แข่งเป็นคนสุดท้าย ส่วนฟากดาราที่เลือก ก็คือดีเจเชาเชา และ ปุกลุก ซึ่งดีเจเชาเชาจะออกแนวฮาๆ อยู่แล้ว ดังนั้นผมคิดว่าการแข่งรอบนี้ดูน่าจะเล่นๆเหมือนเดิม
 
 
ส่วนผสมลับที่เลือก ก็คือ ลูกพลับ เอ้ย ส้มแมนดาริน (มุกโดยซัมวันในรายการ) โดยให้แค่สองผลเท่านั้น
 
 
วัตถุดิบในตู้เย็นที่เหลือ ก็คือวัตถุดิบอาหารไทยนั่นเอง (แน่นอน พริตตี้ก็มีหน้าที่เดินไปเปิดตู้เย็น และบอกชื่อ ... เป็นอันจบหน้าที่พริตตี้)
 
พล่ากุ้งก็ไม่ลืมที่จะเล่นมุกแซวชื่อน้องชายเชฟไบรท์ เป็นชื่อเชฟบ๊ะ (คนมาเลคงไม่เก็ตมุกนี้)
 
 
เมื่อเริ่มแข่ง ผมก็ตกใจไม่น้อย เพราะฟากดีเจเชาเชาและปุกลุก ดูมีทักษะในการทำอาหารมากที่สุด เมื่อเทียบกับดาราคนอื่นๆ ส่วนเชฟไบรท์ก็ตั้งใจทำอาหาร และมีเทคนิคกุ๊กมืออาชีพ ทำให้การแข่งรอบนี้ ดูดีเมื่อเทียบกับก่อนหน้านั้น ..
 
 
แต่ดาราก็มีพลาดนิดหน่อย เช่นหั่นวัตถุดิบทั้งพลาสติกที่หุ้มเลย ..
 
 
 
แน่นอน ว่ามีน้องแม่นาคบอกเวลาเช่นเคย............ แต่ทำไมไม่บอกเป็นภาษาอังกฤษหละครับ เดี๋ยวคนต่างชาติเค้าไม่รู้เรื่อง *-*
 
 
รอบนี้กรรมการสรรหาทั้งสามคนก็อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับอาหารที่ทำ ซึ่งก็มีสาระขึ้นมา ไม่แทรกมุกตลกพร่ำพรื่อ (ควรจะแข่งแบบคู่นี้ตลอดรายการ)
 
 
(ผมก็ยังสงสัยว่า การทำอาหารดาราที่ปล่อยมุกบ้างจริงจังบ้างนี่.. เป็นบทหรือไม่ เพราะถ้าสมมติดีเจเชาเชากับปุ๊กลุ๊ก ไปแข่งทำอาหารกับเจ๊จงแทน จะยังทำอาหารจริงจังแบบนี้หรือไม่)
 
 
อย่างไรก็ตาม ดาราคู่นี้ก็มีปล่อยมุกตลกกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้มาก
 
 
การทำอาหาร ของดาราคู่นี้ มีการชิมอาหารระหว่างปรุงด้วย .... อืม มืออาชีพ
 
 
แล้วน้องแม่นาคก็นับเวลาถอยหลังคู่นี้ด้วย แล้วก็หมดเวลาการทำ....
 
(ผมว่าเวลา 15 นาทีดูน้อยไปนะ)
 
 
 
(รอบนี้ถ้าเชฟไบรท์แพ้... ผมว่ารายการนี้ต้องมีปัญหาอะไรแน่)
 
 
 
 
 
ระหว่างรอบอกคะแนน ก็ไม่ลืมที่จะแพนกล้องไปยังสปอนเซอร์เหมือนเดิม
 
สุดท้ายเชฟไบรท์ก็ชนะตามคาด
 
 
โดยผลคะแนนรวมกันทั้งหมด ไบร์ทนำ (24 คะแนน) ไกร (21 คะแนน) เจ้จง (18 คะแนน)
 
 
แต่รายการยังไม่จบ ...  มีช่วงทำอาหารต่อไป ซึ่งจะมีนักชิมปริศนาออกมา ..... นี่ iron chef แน่หรือ ...
 
 
 

Check Point:
 ดาราจริงจังตามเชฟ , การแข่งทำอาหารที่ดูดี, สรุปมันคือรายการอะไร?
 
 
 
Intro ด่านนักชิมปริศนา


 
ช่วงนี้ จะมีคะแนนเต็ม 70 คะแนน มาจากกรรมการ 45 คะแนน และนักชิมปริศนา 25 คะแนน
 
 
 
 
ต่อไปก็จะเป็นช่วงแนะนำนักชิมปริศนา ................ ไฟก็ดับลง น่าลุ้นจริงๆ ...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แล้วก็มีเสียงปี่ ..............................................?
 
 
 
 
 
 
ภาพที่ปรากฎ เป็นนักมวยมีกล้าม ซิกแพคจำนวน 25 คน ยืนเก๊กหล่อ ...............................
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
=_= เอ้ย .............
 
 
 
 
 
 
สรุปคือ ต้องทำอาหารให้นักมวย 25 คนกิน และตัดสิน
 
และมีบอกใบ้ว่า ชอบรสจัด .... 
 
 
 
 
เหมือนรอบนี้ แข่งทำอาหารปริมาณมากนี่เอง .... 
 
 
 
 
เครื่องปรุงรสรอบนี้ มีไม่จำกัด ไม่อั้น ซึ่งก็ดีกว่ารอบที่แล้วหน่อย ..
 
 
แต่มุมกล้องรอบนี้ แพนไปยังเครื่องปรุงที่ล้วนแต่เป็นยี่ห้อของสปอนเซอร์ต่างๆ ที่ชัดเจนมาก ....
 
 
แล้วก็เข้าสู่โฆษณาต่อไป ..........................
 
 
 
Check Point: นักชิมปริศนา, นักมวยซิกแพค 25 คนเต็มห้องส่ง, เห็นสปอนเซอร์เครื่องปรุงเต็มๆ
 
 
 
 


--------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
โฆษณาช่วงสาม  (ประมาณ 4 นาที)
 
 
โฆษณาก็เหมือนๆ กับช่วงแรก
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
รายการช่วงสี่  (ประมาณ 8.22 นาที)
 
 
ด่านนักชิมปริศนา
 
 
เมื่อเริ่มทำอาหาร เหล่าเชฟกระทะแหลก (ที่หมดบทบาทไปแล้ว) ก็เอาแต่คอยส่งเสียงเชียร์โวยวายกันใหญ่
 
เล่นมุกตลอดด้วย 
 
 
 
และกล้องยังคงโฆษณาสปอนเซอร์ซึ่งเป็นวัตถุดิบทำอาหารเรื่อยๆ
 
 
ในส่วนของนีโน่ก็ลงไปเน้นพูดคุยกับเชฟต่างๆ (บางทีไม่รู้ว่าไปเกะกะเชฟไหม)
 
 
ผู้บรรยายก็พากย์อย่างไม่ลดละ เช่น "บล็อกโคลี่สดจริงๆครับ" หรือ "โอ้โห หั่นสุดยอดเลย"
 
 
 
กล้องตัดมาไปยังเหล่านักมวยซิกแพค นั่งลุ้นและเชียรเชฟทำอาหารตลอดเวลา (ไม่ใส่เสื้อในห้องส่ง ไม่หนาวกันหรือ)..
 
 
 
ตรงนี้ผมจำไม่ได้แล้วแฮะว่าเค้าให้เวลาทำเท่าไร หรือไม่จำกัดเวลาก็ไม่รู้
 
 
เมื่อทำอาหารกันเสร็จแล้ว ก็ถึงช่วงเวลาชิม
 
 
นักมวยซิกแพคก็เดินไปชิมอาหารของเชฟทั้งสามคน 
 
 
(นึกภาพ มนุษย์กล้ามเนื้อ 25 คนเดินว่อนห้องส่ง) ...
 
 
 
 
อาหารของแต่ละคนคือ เชฟไบรท์มาแนวไฮโซเลย เป็นเพนเน่กับเบคอน บล็อกโคลี่  เน้นอาหารห้าหมู่ครบครัน ส่วนเจ้จงเป็นหมูนุ่มผัดพริกร้อน  ดูท่าทางจะเน้นเผ็ด ส่วนเชฟไกรก็เป็นเทนเดอลอยผัดน้ำมันหอย ดูเรียบง่ายสุดในบรรดาทั้งสามคนแล้ว
 
 
 
ต่อมาจากการตัดสินจากกรรมการ เมื่อรวมกับรอบที่แล้ว ผลคือ
เจ้จงได้ 51 เชฟไกรได้ 57 เชฟไบรท์ได้ 64 
 
 
ถือว่าเชฟไบรท์ก็นำคนอื่นๆ
 
 
 
พิธีกรก็บอกว่า แต่อย่าลืม มี 25 คะแนนจากกรรมการซิกแพคอีก ........... พูดแบบนี้ก็เหมือนมีเค้าลางๆ แล้วว่าผลอาจเปลี่ยนได้
 
 
และก็เป็นจริงๆด้วย เชฟไกรชนะ ได้เข้ารอบ
 
 
ดูท่านักมวยจะชอบผัดเนื้อกัน เพราะให้คะแนนท่วมท้นเลย
 
 
 
(สรุปคนมาเลย์ตกรอบ กลับบ้านไป) ..............
 
 
 
และเชฟไกรก็เข้ารอบไปเจอเชฟกระทะเหล็ก
 
 
 
 

Check Point:
ผลพลิก , คะแนนหลักๆ ต้องให้กรรมการนอกชอบใจ , คนมาเลย์ตกรอบ , เจ้จงหายไปไหน?
 
 
 



--------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
โฆษณาช่วงสี่  (ประมาณ 4 นาที)
 
 
โฆษณาก็เหมือนๆ กับช่วงแรก
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
รายการช่วงห้า  (ประมาณ 12.18 นาที)
 
 
INTRO ช่วงหลัง
 
 


หลังจากดำเนินรายการมาแล้วชั่วโมงนึง หลายคนเกิดอาการรับไม่ได้กัน บางคนเปลี่ยนช่อง บางคนปิดทีวีเลย  ใน facebook / irc / msn / twitter ก็มีเสียงบ่นมามากมาย 
 

.............. หารู้ไม่ว่า ชั่วโมงหลัง รูปแบบรายการเปลี่ยนไปจากชั่วโมงแรกโดยสิ้นเชิง
 
 

รูปแบบรายการ กลับกลายเป็นแนวๆ iron chef ประเทศญี่ปุ่น ทั้งสไตล์ รูปแบบ รวมถึงความจริงจังที่เกิดขึ้น สปอนเซอร์โชว์น้อยลง การเล่นมุกน้อยลง อย่างเห็นได้ชัด
 
 

เมื่อเริ่มรายการ ก็มีเกริ่นแบบเริ่มรายการเมื่อชั่วโมงแรก ก็คือประธานคากะ แห่ง iron chef ญี่ปุ่น มอบหมายให้เพื่อนสนิท สันติซัง ทำ iron chef thailand ..
 
 

และสันติซังก็ไม่ลืมที่จะเอาของกินโยนเข้าปากแบบประธานคากะ.... ซึ่งผมดูแล้วมันเหมือนโมจินครสวรรค์เลย................
 

ต่อมา รายการก็เหมือนรีรันเทป แนะนำเชฟกระทะเหล็กของรายการอีกรอบ
ต่อมาก็โพสไปยังหน้าสันติซัง ซึ่งจากการโพสท่า ผมว่าดูเหมือนเถ้าแก่ร้านอาหารจีนมากๆ ... 
 

แล้วก็ถึงช่วงคิดคอนเซปอาหาร เป็นคอนเซปยังไม่ลึกซึ้งเท่าไร ประมาณว่า ถ้ามองใต้ทะเลลึกจะเจอของดีประมาณนั้น...
 
 

ต่อมาก็เข้าสู่ภาพภายในห้องส่ง ซึ่งบรรยากาศเปลี่ยนจากชั่วโมงแรกโดยสิ้นเชิง มีหน้าเชฟกระทะเหล็ก มีเวทีแข่งชัดเจน ดูจริงจังและทางการมากขึ้น (แต่ยังเห็นโทนสีน้ำเงินอยู่นะ)
 

แล้วประธานสันติซังก็มาหละ พร้อบกับพูดอะไรเล็กน้อย ซึ่งพูดแนวจริงจัง และเข้มมากๆ .... ดูยิ่งใหญ่มากเลย....

ดูเข้มข้นสู้สีกับประธานคากะได้บ้างหละ
 
 

ตามสเตปรายการ ก็แนะนำเชฟไกร ผู้เข้ารอบจากรายการเมื่อชั่วโมงที่แล้วนั่นเอง
 
 

เชฟไกรเดินออกมาอย่างจริงจัง  (ซึ่งตั้งแต่ชั่วโมงแรกของรายการไร้สาระจนถึงตอนนี้ เค้ายังคงเข้ม ขึงขังไม่เปลี่ยนแปลง)
 
 

ต่อไปก็มีการแนะนำเชฟไกรอีกรอบ ซึ่งก็มีภาพร้าน สัมภาษณ์เชฟไกร แรงบรรดาลใจต่างๆ ซึ่งดูเชฟไกรมีความมุ่งมั่น ใจแรงกล้าในการแข่งขันอย่างมาก .... 
 
 

(ยิ่งดูยิ่งอนาถใจกับชั่วโมงแรกเรื่อยๆ = = )
 
 

แล้วสันติซังก็แนะนำเชฟกระทะเหล็กทั้งสามคน (หายไปไหนคนนึง?) มา แต่ละคนก็ยืนเก๊กหล่อทุกคน
 
 
 
 
( แต่เชฟพวกนี้ไม่ถือพวกมีด ผลไม้ กระทะ แบบเชฟกระทะเหล็กของญี่ปุ่นนะ)
 
 

แล้วเชฟไกรก็เลือกเชฟเอียน (เชฟไกรไม่ชี้ แต่เป็นทำมือเป็นกำปั้นแสดงความมั่นใจ)แล้ววีดีโอก็แสดงเกี่ยวกับเชฟเอียน ซึ่งมีประวัติมากมาย เป็นคนดัง เปิดร้านดัง เคยออก iron chef อเมริกามาแล้ว ดูอลังการ น่าเกรงขามมาก ... เชฟไกรเจองานช้างจริงๆ
 
 
 

ต่อมาก็เป็นการบรรยายกติกาโดยชาคริตแย้มงานเหมือนเดิม แต่บทบาทต่างจากชั่วโมงแรกโดยสิ้นเชิง ดูสุขุม นุ่มลึก ไม่มียิ้มเฮฮาอะไรเลย .
 
 
 


กติกาบอกว่า 1 ชั่วโมงให้ทำ 4 เมนู  .... (จริงๆแล้วควรจะอย่างน้อย 4 เมนูน่าจะเหมาะสมกว่านะ)
 
 
 


แล้วชาคริตก็แนะนำกรรมการชิม ก็มีมาจากชั่วโมงที่แล้วคนนึง มีแพนเค้ก มีท็อบดารนีนุช
 
 


และไม่มีนีโน่แล้วแฮะ...

และแพนเค้ก เห็นแว้บแรกผมคิดว่า ............ เป็นใบสั่งช่องเจ็ดหรือเปล่าเนี่ย ...



แล้วสันติซังก็เปิดเผยส่วนผสมลับของรายการ ..... 
 
 

ฝาปิดจานส่วนผสมลับก็เปิดมาจากด้านบน (ดึงเชือกขึ้นไป) ก็พบกับส่วนผสมลับเลย
 
 
 
 
 
(ถ้าเป็นญี่ปุ่น ประธานคากะจะเปิดผ้าคลุม แล้วอาหารค่อยๆยกขึ้นมาจากด้านล่าง)
 
 


คนดู กรรมการ ก็โห หา ด้วยความตกตะลึง ....
 
 
 
 
ส่วนผสมนั่นคือ ปลาเก๋ามังกร นั่นเอง เป็นปลาขนาดใหญ่มากๆ

 

(ซึ่งท่าทางสันติซังตอนเปิดเผยส่วนผสมลับ ต้องเรียกว่า ..... บุคลิกหลุดจากเดินไปเลย..... โดยการตะโกนลั่นว่า "ปลาเก๋ามังกรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร" (ลากเสียงยาว) พร้อมกางแขนออก และสั่นๆ 
ไปมา พร้อมหัวเราะปากกว้างเป็นระยะ ...
 
 
 
 

(เหมือนคนสติหลุดจริงๆนะ = = )
 
 
 


หลังจากนั้นก็เริ่มโฆษณา .............. และตัวอย่างตอนต่อไป ที่คนสับปลาแข่งกัน  อืม แต่ก็น่าติดตามแหละ

Check Point : iron chef ที่แท้จริง,สันติซัง,คนในรายการดูจริงจัง,แพนเค้กใบสั่งช่องเจ็ด,ปลาเก๋ามังกรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
 


--------------------------------------------------------------------------------------------------  
 
 
โฆษณาช่วงห้า  (ประมาณ 4 นาที)  
 
 
 
โฆษณาก็เหมือนๆ กับช่วงแรก
 
 
 --------------------------------------------------------------------------------------------------  
 
 
 รายการช่วงหก  (ประมาณ 8.20 นาที)
 


ช่วงทำอาหารแข่งกันครึ่งแรก
 
 
 


ตัดกลับมา ........... ก็รีรันตอนสันติซังเปิดเผยส่วนผสมลับ
 
 
 
 
 
ปลาเก๋ามังกรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
 
 
 
 
 
เพื่อให้คนอึ้งอีกรอบ
 



ตามปกติรายการญี่ปุ่นจะมีสกูปหลังจากเปิดเผยส่วนผสมลับ พร้อมคำเกริ่นว่า "หากผมจำไม่ผิด ............." พร้อมด้วยปรัชญาแห่งส่วนผสมลับ แต่ของไทยไม่มี ดำเนินการแข่งทันที
 
 
 
 

แล้วสันติซังก็ให้สัญญาณเริ่มแข่งอาหาร กับคำว่า
 
 
 
 
 
 
 
 
"Allez Cuisine!"
 
 
 
แปลว่าเริ่มทำอาหารได้ แบบเดียวกับประธานคากะให้สัญญาณทำอาหาร ก็พูดคำนี้เช่นกัน
 
 
 
 
 
 
 
 

( ของสันติซัง คือทำท่าส่งจูบ กางมือออกแล้วพูดว่า "อะเล็กคูชีนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน" )

 
 
 
 
 
 

...... คือผมว่าบุคลิกสันติซังตอนเป็นประธาน เหมือนเจ้าพ่อจีนมากๆ เลย - -;
 
 
 
 
 

ระหว่างรายการ สปอนเซอรของรายการ จะเป็นภาพโลโก้สปอนเซอร์อยู่มุมซ้ายล่างของจอ ขนาดไม่ใหญ่มาก ไม่เกะกะรายการดี และโผล่มาไม่นาน ถือว่าเป็นเรื่องดีมากๆ
 
 
 

เริ่มการแข่ง เสียงเชียร (โวยวาย) ก็เต็มห้องส่ง
 
 
 

เชฟเอียนและเชฟไกรก็พุ่งเข้าไปแล่ปลาเก๋ามังกรกันอย่างพร้อมเพรียง
กรรมการก็ให้ความรู้เกี่ยวกับปลาเก๋ามังกร ซึ่งเป็นเรื่องดี

และแน่นอน ระหว่างรายการของญี่ปุ่น จะมีพิธีกรภาคสนามที่ชื่อ โอดะ คอยรายงานเกี่ยวกับการทำอาหาร วัตถุดิบที่ใช้ หรือเคล็ดลับต่างๆที่เชฟกำลังทำอยู่
 
 

ไทยก็มีเช่นกัน แต่เสียงที่ออกมา ........ มันคือเสียงผู้บรรยายซึ่งฟังแล้วก็รู้ว่าพากย์มาจากนอกห้องส่ง หรืออัดทับเพิ่มเติมแน่นอน
 
 
 


ต่อมาชาคริตก็ถามดาราว่าเคยกินไหม เป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้คล้ายๆของเวอร์ชั่นญี่ปุ่น
 
 


การทำอาหารก็ยังคงดำเนินดุเดือด  มีอาหารแนวๆน่าสนใจเยอะ เช่นพันนาคอตต้าปลาเก๋า .. .. ไม่ก็สิ่งคล้ายๆรถด่วน ,,
 
 


เสียงเชียรรายการในช่วงนี้จะประมาณว่า โอ้วโหว แบบจอร์จมากๆ เลย
 
 

เชฟก็จะมีลูกทีมช่วยทำอาหารทั้งสองฝ่าย ไม่รู้ว่าเชฟหามาเอง หรือรายการจัดหามาให้ก็ไม่รู้
 
 


แล้วเชฟเอียนก็โชว์เทพ สับปลาโชว์อย่างคล่องแคล่ว คนดูและดาราก็ร้องโอ้ววววววอย่างเดียว
 
 


และโอดะก็รายงาน (สดหรือเปล่าไม่รู้) เป็นระยะ แต่ทางพิธีกรและกรรมการมีเสียงตอบรับ โอ้โห อู้หูด้วย ... แต่ฟังแล้วมันไม่ใช่อะ... = =
 
 


แล้วก็มีการบอกเวลาทำที่เหลือ แน่นอนว่าเป็นน้องแม่นาคเช่นเคย ..
 
 

พิธีกรก็มีถามเชฟว่าทำอะไรบ้าง เชฟก็บอกไปทำไป ดูเหนื่อยดี
 
 
 

กรรมการก็แนะนำความรู้เรื่อยๆ ซึ่งควรจะมีแบบนี้เยอะๆ
 
 
 


แล้วก็เข้าสู่ช่วงโฆษณา  แบบนี้ค่อยน่าติดตามหน่อย
 
 
 
 

Check point : การทำอาหารที่ดุเดือด , ปลาเก๋ามังกรรรรรรร,อะเล็กคูชีนนนนนนนน, โอดะล่องหน , การใช้ลูกมือที่เหมาะสม

--------------------------------------------------------------------------------------------------  
 
 
 
โฆษณาช่วงหก  (ประมาณ 3 นาที)  
 
 
โฆษณาก็เหมือนๆ กับช่วงแรก
 
 
 
 
 --------------------------------------------------------------------------------------------------  
 
 รายการช่วงเจ็ด  (ประมาณ 7.19 นาที)
 
 

 ช่วงทำอาหารแข่งกันครึ่งหลัง
 
 
 


การทำอาหารยังดำเนินอย่างเข้มข้น วัตถุดิบเริ่มไฮโซ เช่นใช้ตับ เป็นต้น
 

และเวลาก็ใกล้หมดแล้ว (แน่นอนว่าเสียงน้องแม่นาค)
 

 
ส่วนโอดะ(ล่องหน) ก็ทำหน้าที่บรรยายในห้องส่ง พิธีกรกับกรรมการก็ตอบโต้ประสานกันอย่างดี ... ดูเหมือนจะเตี้ยมกันจริงๆนะ
 


ต่อมาเป็นช่วงเปิดเตา และพบว่า.......... เตาแก้สมันตั้งเด่กลางสเตเดียมเลย .......ไม่ได้ฝังในสเตเดียมเลยหรือ ดูแปลกๆ



เชฟแต่ละคนก็งัดเทคนิคมาใช้เยอะมาก โดยเฉพาะเชฟเอียน
 

เทคนิคที่น่าจดจำ เช่นการรมควัน (ในรายการบอกคล้ายๆอบเทียน) 
 

การจัดจานที่สวยงาม จานของเชฟไกรดูดีพอควร
 

วัตถุดิบบางอย่างดูน่าสนใจ เช่นมะเขือเทศยุโรปโบราณ ..... ฟังดูแพงนะ
 
 
 
เหลือเวลาทำอีกห้านาที เชฟเริ่มเร่งรีบทำเป็นการใหญ่ (ส่วนกรรมการ ดารา ก็โห หา อย่างเดียว)
 


ผมสังเกตว่า ........ ทำอาหารกันไม่ใส่แอลกอฮอล์หรือเปล่า ... หรือใส่แต่ไม่ออกสื่อหว่า น่าสนใจจริงๆ
 


ตอนใกล้หมดเวลา เชฟก็เริ่มทำซอสราดกัน... บางคนงงว่าทำไมทำตอนจะหมดเวลา ไม่ทำแต่เริ่มหรือ
 


การลุ้นเริ่มมากขึ้น น้องแม่นาคบอกเวลาที่เหลือบ่อยขึ้น 




แล้วสุดท้ายก็หมดเวลา พร้อมกับการเข้าโฆษณาทันที ..... แบบนี้ต้องดูผลการแข่งแน่นอน
 
 
 

Check point : การทำอาหารช่วงครึ่งหลัง , การประสานกันของกรรมการและโอดะล่องหน,ไม่มีแอลกอฮอล์ทำอาหาร,เทคนิควัตถุดิบสุดอลังการ

--------------------------------------------------------------------------------------------------  
 
 
โฆษณาช่วงเจ็ด  (ประมาณ 3 นาที) 
 
 
 โฆษณาก็เหมือนๆ กับช่วงแรก
 
 
 --------------------------------------------------------------------------------------------------   
 
 
 
รายการช่วงแปด  (ประมาณ 14 นาที)

 
 
ช่วงตัดสิน
 


เข้าสู่รายการ ..... ก้ไม่มีโฆษณาก่อนเข้ารายการแล้ว โอ้ว
 
 


แล้วสันติซังก็เกริ่นอะไรเล็กน้อย ก่อนที่เชฟจะนำเสนออาหารต่างๆ
 
 


เริ่มจากเชฟไกรนำเสนออาหาร ซึ่งต้องนำเสนอให้ดูน่าสนใจด้วย
 
 

จานสลัดปลาเก๋าซาซาซอส หน้าตาดูดี การนำเสนอก็ดี 
 
 

คนชิมมีกรรมการสามคน พิธีกรชาคริต และประธานสันติซัง วิจารณ์กันดี วิเคราะห์ได้ดี (เนื่องจากเราไม่รู้รสของอาหาร ก็จำเป็นต้องฟังคอมเมนต์จากกรรมการอย่างเดียวแหละ...)



ปลาเก๋าผัดกระเทียม อันนี้ก็ดูเบสิกๆ ทั่วไป
 

ซึ่งกรรมการมีตำหนิกันแล้ว ก็ถือว่าตรงไปตรงมาดี ............
 
 


แต่แบบนี้เริ่มเดาได้ว่าเชฟไกรอาจแพ้แหง ดูอีกฝ่ายทำอาหารไฮโซกว่าเยอะ
 
 



จานต่อมาเป็นแฮมเบอเกอร์ เชฟไกรก็นำเสนอโดยแฝงความดราม่าไว้ด้วย เป็นภูมิหลังของเชฟไกรซึ่งเริ่มต้นจาก 0 โดยบอกว่าเป็นเบอเกอร์คนจน เรียกคะแนนสงสารได้พอควร
 
 

ชื่อเมนูคือ เบอร์เกอร์คลาสสิกปลาเก๋า (เดิมเชฟไกรบอกเป็นเบอเกอร์โบราณ)
 
 

และแน่นอน เมนูนี้ไม่มีข้อติเลย.,... เพราะอร่อยจริงหรือสงสารหว่า

 

ต่อมาเป็นปลาเก๋าฮ่องเต้ราดซอสส้ม แหม่ ดูหรูจริงๆ
 
 

กรรมการก็กินจริงจังมาก และมีเสียงชมมากเลย
 


เหมือนว่าอาหารช่วงหลังๆ จะอร่อยขึ้นเรื่อยๆ แฮะ
 
 



ต่อมาเชฟเอียนกระทะเหล็กเป็นผู้เสริฟและนำเสนออาหาร
 
 

เริ่มต้นเป็นปลาเหนียวสับให้นุ่ม
 
 

แนวเมนูคัสตาร์ด ใส่หอยเม่นญี่ปุ่น ไฮโซสุดๆ
 
 

ซึ่งกรรมการก็ออกรีแอคชั่นและชมอร่อยกันมากมาย
 


ชมกันตลอดเวลาเลยทีเดียว
 
 


ปล. ดนตรีระหว่างนำเสนอก็ต่างจากของเชฟไกร ดูยิ่งใหญ่กว่าจม
 
 


จานสอง ชื่ออะไรสักอย่าง เซบิเช่ ช่วงนี้ผมฟังงงๆ ศัพท์เทคนิคทั้งนั้นเลย ..
 
 
.

(ตรงนี้ อยากให้รายการมีคำบรรยายในกรณีที่เป็นศัพท์เฉพาะหรือศัพท์ยากๆ เพื่อให้ได้เป็นความรู้นะ)
 
 
 

และแน่นอนว่าชมอย่างเดียว
 
 

และดนตรีระหว่างนั้นก็เปลี่ยนอีก
 
 
 

อาหารต่อมา (จำชื่อไม่ได้) ก็เป็นอาหารไฮโซอีกแล้ว ชมอีกแล้ว ศัพท์เทคนิค ดูดีหรูหรา

 
 
 

(ผมว่าไบรทเข้ามาน่าจะสูสีกว่านะ .......... ดูจากสไตล์คู่แข่งนี่)

 
 
 


ต่อมาเป็นปลาเก๋ามังกรสวีท  เค้าบอกว่าเป็นอาหารความรักแฮะ
 
 
 

สันติซังก็กินแล้วเกิดรีแอคชั่นแล้วพูดว่า กินแล้วรักกันแน่นอน ..... เวอร์ดีนะ
 
 

เชฟเอียนก็โชว์เหนือ เป็นเมนูจานที่ห้า แถมท้าย คือปลาเก๋ามังกรโรซิดี้ ......เรียกแบบนี้ไหมเนี่ย
 
 


เห็นว่าเป็นถุงพลาสติกพิเศษ อบได้ด้วย โอ้ว จอร์จจริงๆ
 


เท่าที่เห็นผมว่ายังไงเชฟเอียนชนะแหง และไม่แปลกด้วย เพราะเทปแรก คงไม่แพ้หรอก (แพ้ก็เสียชื่อแหง)
 
 
สังเกตจากกรรมการชมตลอดๆ
 
 

แต่ก็นะ ........ ผมว่าเชฟไกรมาแข่งกับเชฟเอียน เหมือนคนละคลาสกันจริงๆ ไม่สูสีเลย
 
 

อะ จะเริ่มตัดสินหละ ปล. ดูจริงจังเหมือนเดิม
 
 

สันติซังก็พูดดูสุขม เก๊กๆเหมือนเดิม
 
 
 
 
 


สรุป เชฟเอียนก็ชนะเชฟไกรด้วยคะแนน 57-45
 
 
 
 
 
 
 

แล้วก็จบรายการทันที ...
 
 

จบพร้อมเครดิตอีกประมาณ 1 นาที ...
 
 
 

มีสัมภาษณเชฟไกรระหว่างขึ้นโฆษณาด้วย และบอกประสบการณ์การแข่งขัน และมีชวนให้มาแข่ง ....
 
 

(ปล. โฆษณาเพียบเลย) ...
 
 
 




Check Point : การแข่งที่ไม่เสมอภาค , ผลตัดสินเอกฉันท์, ตัดสินปุ๊ป จบปั๊ป
 

----------------------------------------------------------------------------------

วิเคราะห์
 

จากการดูทั้ง 2 ชั่วโมงของรายการ ช่วงแรกผมก็คล้ายๆกับทุกคนแหละครับ คือรับไม่ได้กับชั่วโมงแรก และอยากจะให้หั่นชั่วโมงแรกทิ้งไปซะ และให้ฉายแต่ชั่วโมงหลัง รวมถึงควรปรับเกี่ยวกับกรรมการ และการนำดาราเข้ามา แต่ลองมาคิดดีๆอีกรอบ ก็ได้คำวิเคราะห์ดังนี้
 

1. ชั่วโมงแรกเป็นชั่วโมงที่ทางรายการไม่น่าจะตัดทิ้งได้ เพราะสังเกตว่า ชั่วโมงแรก มีแต่เรื่องฮา ดารา ตลก การทำอาหารทั่วไป ชั่วโมงหลังจะเป็นการทำอาหารจริงจัง ไม่ค่อยมีดารา ดูทางการมาก ซึ่งเป็นการออกอากาศเพื่อนำเสนอให้กลุ่มเป้าหมายทั้งสองแบบ โดยชั่วโมงแรกคือกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนดูทั่วไปที่ไม่เคยดุรายการ iron chef ญี่ปุ่นมาก่อน คือจะเน้นวาไรตี้ ดารา เสียงฮา และบรรยากาศกันเอง ส่วนชั่วโมงหลังจะเน้นคนที่เคยดูรายการ iron chef ญี่ปุ่น คือคล้ายๆกับแบบญี่ปุ่นเลย 
 
2. นอกจากนี้ การลงโฆษณาของชั่วโมงแรกกับชั่วโมงที่สองค่อนข้างต่างกัน คือชั่วโมงแรก อัดแน่นไปด้วยโฆษณาต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่ชั่วโมงหลัง แทบไม่เห็นโลโก้โฆษณาเลย (ถ้ามีก็แค่หลังกรรมการ และภาพโลโก้โฆษณามุมซ้ายล่างของจอแว้บนึง) โฆษณาแฝงชั่วโมงหลังก็แทบไม่มี อย่าลืมว่ารายการก็ต้องหารายได้จากโฆษณา ถ้าตัดชั่วโมงแรกออก รายได้จากการโฆษณาจะหายไปค่อนข้างมากอย่างแน่นอน
 
3. สัดส่วนเวลารายการ และสัดส่วนเวลาโฆษณาคือ รายการ 75% และโฆษณา 25% ภายในรายการแบ่งเป็นโฆษณาก่อนเข้ารายการจริง 2.59% และช่วงรายการจริงๆ 72.41% ถือว่าเป็นสัดส่วนที่ลงตัวและไม่มากเกินไป (ทั้งนี้ไม่รวมพวกโฆษณาแฝง หรือโฆษณาระหว่างช่วงรายการ)
 
4. สันติ (แม่ช้อยนางรำ) ถือว่ามีความเหมาะสมที่เป็นประธานในระดับนึง การวางตัว ความเข้มแข็งดีในระดับนึง แต่การที่หลุดในช่วงปลาเก๋ามังกร ทำให้ดูขัดกับบุคลิกพอควร
 
5. อุบัติเหตุพล่ากุ้งระหว่างถ่ายทำ ผมว่าไม่เหมาะกับการนำมาออกอากาศ เพราะมันขัดกับอารมณ์คนดูพอสมควร
 
6. ระหว่างรายการ 2 ชั่วโมง ไม่มีการแทรกข่าวภาคดึกเลย ถือว่าเหมาะสมดีมาก
 
7. เฟสบุคบอกเวลาในเทปแรกผิดไปพอควร ทำให้คนดูรอเก้อกันพอสมควร แสดงให้เห็นถึงการใช้ social network ไม่รัดกุม
 
8. การเล่นมุกของดาราบางทีผมว่าเกินไปนิดนึง ดูไร้สาระแปลกๆ
 
9. ขาดการให้ข้อมูลสนับสนุนภายในพอสมควร
 
10. การโฆษณาแฝง ผมมองว่าน้อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะการโปรโมตยี่ห้อเครื่องปรุงแบบออกนอกหน้า เช่น เชฟบอกว่าต้องใช้ยี่ห้อบลาๆ ถึงจะดี ... แทบไม่มีเลย ตรงนี้ผมว่าเจ๋งมาก
 
 
ข้อเสนอแนะ

1. ตัดรายการเหลือชั่วโมงนึง (ชั่วโมงหลัง) และลองหาวิธีใส่สปอนเซอร์ลงไปเพิ่มเติม แต่ไม่ออกนอกหน้าจนเกินไป เพราะจะดูไม่งาม และคนดูรู้สึกไม่ดี
 
2. หากตัดรายการเหลือชั่วโมงนึงไม่ได้ ช่วงชั่วโมงแรกควรปรับปรุงยกใหญ่ เช่นเชฟกระทะแหลกไม่ควรมี แต่ถ้าจะเอาเชฟกระทะแหลกเอามาแข่งคัดเลือกจริง ควรเลือกเชฟที่ทำอาหารเป็น ดาราทำอาหารเป็นเลยดีกว่า ดาราเล่นมุกลดน้อยลง กรรมการดูน่าเกรงขาม คนดูไม่ต้องส่งเสียงให้วุ่นวายมาก
 
3. ควรเหลือเชฟมาแข่งแค่คนเดียวก็พอ ดีกว่าเอาสามคนมาคัดอีกที แล้วเน้นเชฟเจ๋งๆไปเลย (ตรงนี้ก็สามารถทำให้รายการเหลือชั่วโมงเดียวได้เลย)
 
4. เลือกเชฟที่น่าสนใจ และพอสู้กับเชฟกระทะเหล็กให้สูสีหน่อย ให้คนดูได้ลุ้นด้วย
 
5. ส่วนผสมลับ ควรมีแบคกราวให้มากกว่านี้ ถ้าจะให้ดี ลองเป็นวัตถุดิบจากเมืองไทยสักที่ และมีสกู้ปเกี่ยวกับวัตถุดิบนั้น จะดีเลย แถมเป็นการโปรโมตวัตถุดิบที่ดีๆ ในไทยด้วย (คอนเซปคล้ายๆรายการ
ญี่ปุ่นรายการนึง)
 
6. ควรให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบหรือวิธีการทำอาหารให้ผู้ชมได้ยินมากยิ่งขึ้น จะโดยกรรมการสรรหา โดยกรรมการ โดยผู้บรรยาย โดยพิธีกร ก็ได้
 
7. หากเป็นวิธีทำอาหารหรือศัพท์เทคนิคที่ยาก ควรมีคำบรรยายภาษาไทยพร้อมรายละเอียดโชว์ขึ้นหน้าจอด้วย
 
8. ประเภทอาหารต่างๆที่เชฟทำในช่วงชั่วโมงหลัง ควรมีชื่อบรรยายภาษาไทยกำกับด้วย
 
9. จัดเตาแก้สให้อยู่เค้าเตอรเดียยวกับเค้าเตอรทำอาหารทั้งหมด
 
10. กรรมการนอก 25 คนที่ตัดสิน ควรบอกทอปปิกให้ชัดเจน (เช่นพิธีกรเดินไปสัมภาษณ์) ว่าแต่ละคนชอบแบบไหน ชอบอาหารยังไง รสยังไง เพื่อความยุติธรรมแก่เชฟที่เข้าแข่งขันทุกคน
 
11.สันติซัง ขอให้วางมาดแนวเท่ๆ เข้มๆ ตลอดทั้งรายการ รวมถึงตอนช่วงชิมอาหารด้วย
 
12. เสียงของผู้บรรยายภาคสนาม ควรทำเสียงไม่ให้ต่างจากเสียงในห้องส่ง จะได้ดูเนียนขึ้น
 
13. ลดการฉายเหตุการณ์นอกซีน (เช่นอุบัติเหตุ) ลงหน่อย
 
14. วีดีโอฉายเกี่ยวกับแนะนำเชฟต่างๆ มันออกอารมณ์รายการแฟนพันธุ์แท้มาก ควรปรับให้ดูจริงจังขึ้นมาหน่อย
 
15. ถ้าเป็นไปได้น่าจะปรับฉากให้ใช้สีที่ดูดุเดือด ร้อนแรง คนดูจะได้ลุ้นตลอดเวลา


เป็นแค่ความเห็นบางส่วนครับ ต้องรอดูว่าสัปดาห์ถัดๆไป จะเป็นอย่างไรต่อไป :)


 
 
 
 
ขอจบรายงานแค่นี้ *-*