กลับมาแล้วครับ *-* : ร้านนี้อยู่เชียงใหม่ : rice steamed with chicken soup(ข้าวมันไก่) at Chiangmai + ทัวร์เชียงใหม่ตอนที่2
posted on 31 Jan 2008 21:37 by dunbine in Food
สวัสดีครับ
ต่อไปเป็นการนำเสนอร้านข้าวมันไก่ แต่มันน่าสนใจดี
เกี่ยวกับเรื่อง ผู้นำ และ ผู้ตาม
เมื่อสิ่งหนึ่งประสบความสำเร็จ ก็จะมีสิ่งอื่นเข้ามาแข่งขันเสมอ
มีทุกที่ ทุกสังคม ทุกระบบ
แม้กระทั่งเรื่องอาหาร....
--------------------------------------------------------------------------------------------
เนื่องจากว่า ที่เชียงใหม่ แถวศาลากลาง มีข้าวมันไก่ขึ้่นชื่อ นามว่า "เกียรติโอชา" โดยรสชาติเป็นที่กล่าวขานโดยรวมว่าอร่อย ทั้งน้ำจิ้ม ซุบ ข้าว ไก่ และหมูสะเต๊ะ และข้าวมันไก่ร้านนี้ก็มีการถวายเข้าวังฯสม่ำเสมอ
ดังนั้น คนเลยมาทานเยอะมากๆ ทั้งคนเชียงใหม่เอง และนักท่องเที่ยว จนร้านเต็มไปด้วยคนมากมาย
คาดว่าคงสร้างกำไรมากมาย
ต่อมา
ดังนั้น ก็เกิดร้านข้าวมันไก่บริเวณใกล้ๆกันอีกสองร้าน นั่นคือกฤษโอชา และ ศิริชัย
ดังนั้นเราจึงมาพูดคุยกัน
ปล. นี่เป็นครั้งแรกที่กินอาหารประเภทเดียวกันสามร้าน ในวันเดียวกัน ดังนั้นเลยรบกวนคุณ Chubby ช่วยวิเคราะห์ด้วย .... (เพราะข้าวมันไก่มันคล้ายๆกัน แยกลำบากมาก) - -
ปล. ช่างกล้าจริงๆ ผม ... (กินร้านละจาน สรุปกินสามจาน แทบเดินไม่ไหว)
---------------------------------------------------เริ่มจาก--------------------------------------
1. ร้านเกียรติโอชา
เกียรติโอชา เป็นร้านที่กล่าวถึงเป็นที่แรก ได้รับความนิยมอย่างมาก คนเต็มร้าน และถือว่า(น่าจะ) เป็นต้นตำรับเลย
ป้ายหน้าร้าน
คนเยอะมาก....
ทำงานอย่างหนัก
ในส่วนของน้ำชา
Comment : รสชาติปกติทั่วไป ฟรี และเติมได้เรื่อยๆ(มีกาใส่ชาอยู่บนโต๊ะ)
ข้าวมันไก่
Comment:
ไก่ : รู้สึกว่าวันนั้นให้น้อยจัง ได้มาสี่ชิ้นเอง - - ; แต่รสชาติก็อร่อยดี เนื้อแน่น (เพราะคงเป็นส่วนอกด้วย)
ข้าว : มันกำลังดี อร่อยดี
เลือด : ผมไม่กิน - -
ราคา : 25 บาท
ซุบ
Comment: รสชาติโอเคเลย มีรสชาติ เพราะมีพวกผักหรือตังฉ่ายในน้ำด้วย
น้ำจิ้ม
Comment : ผมไม่ค่อยทานน้ำจิ้ม เลยชิมนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าอร่อย ซึ่งมีการปรุงด้วยพริกกระเทียมพร้อมแล้ว
หมูสะเต๊ะ : ไม่ได้ลอง
สรุป
ราคา : ชามละ 25 บาท น้ำชาฟรี
จุดเด่นตรงเป็นร้านดั้งเดิม มีชื่อเสียง รสชาติอร่อย และดั้งเดิมแท้ แต่คนเยอะ อาจต้องต่อคิวกิน
---------------------------------------------------ร้านที่สอง--------------------------------------
2. ร้านกฤษโอชา
กฤษโอชา อยู่ห่างจากเกียรติโอชาประมาณ 1 ซอยกับอีก 1 ห้องแถว ซึ่งได้ยินว่าเจ้าของร้านเป็นญาติกับเกียรติโอชา แล้วทะเลาะกัน เลยย้ายมาเปิดตรงนี้ (ถ้าผิดพลาดก็บอกด้วย - - อันนี้ไม่ทราบจริงๆ)
ร้านนี้จะพูด โดยอิงกับร้านเกียรติโอชาเป็นบรรทัดฐาน
ป้ายหน้าร้าน
คน ......... เงียบมาก - - ตรงข้ามกับอีกร้านโดยสิ้นเชิง
ในส่วนของน้ำชา
Comment : รสชาติปกติทั่วไป ฟรี และเติมได้เรื่อยๆ(มีกาใส่ชาอยู่บนโต๊ะ) เหมือนเกียรติโอชา รสคล้ายๆกัน
ข้าวมันไก่
Comment:
ไก่ : ให้ไก่เยอะกว่าเกียรติโอชาเยอะกว่าชัดเจน เนื่องจากได้เนื้อส่วนน่อง ดังนั้นเลยรู้สึกว่านุ่มดี
ข้าว : ความมันมากกว่าเกียรติโอชา
เลือด : ผมไม่กิน - -
ราคา : 25 บาท
ซุบ
Comment: รสชาติบางกว่า (จืดกว่า) เกียรติโอชา
น้ำจิ้ม
Comment : ผมไม่ค่อยทานน้ำจิ้ม เลยชิมนิดหน่อย รสชาติบางมาก เพราะว่าเค้ายังไม่ปรุงอะไรเลย แต่ว่า ในแต่ละโต๊ะจะมีพริก กระเทียม และเครื่องปรุงให้เราปรุงตามใจชอบ ดังนั้นรสของน้ำจิ้มขึ้นอยู่กับคนปรุง
หมูสะเต๊ะ : ไม่ได้ลอง
สรุป
ราคา : ชามละ 25 บาท น้ำชาฟรี
จุดเด่นตรงสงบเงียบ คนน้อยมาก น้ำจิ้มสามารถปรับตามความชอบเราได้ แต่ถ้าไม่ชอบการปรุง ก็อาจไม่ชอบเท่าไร
---------------------------------------------------ร้านสุดท้าย--------------------------------------
3. ร้านศิริชัย
ศิริชัย จะใช้ชื่อเรียกตัวเองว่า "ข้าวซอยศิริชัย" แน่นอนว่า น่าจะเป็นร้านข้าวซอย และมีขายข้าวมันไก่ด้วย อยู่ปลายสุดของตึกแถวระแวกนั้น (ฝั่งไม่ติดวัด)
ร้านนี้ก็เทียบกับอีกสองร้านด้านบน
ป้ายร้าน
ตู้นี้ทำข้าวซอย
อันนี้ทำข้าวมันไก่
คนพอประมาณ แบ่งเป็นคนทานข้าวมันไก่ และทานข้าวซอย ร้านไม่ใหญ่มากนัก
น้ำชา
Comment : รสชาติไม่เหมือนสองร้านด้านบน โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าหอมอร่อยกว่า
ข้าวมันไก่
และข้าวมันไก่
Comment:
ไก่ : ชิ้นเหมือนจะใหญ่กว่าอีกสองร้าน แต่ก็ให้น้อยกว่าร้านกฤษโอชา (ให้พอๆกับเกียรติโอชา)
ข้าว :สุดยอด..... นิ่ม เหมือนข้าวสวยเลย ความมันมีน้อยมาก มันแทบหายไปหมด .....
เลือด : ผมไม่กิน - -
ราคา : 25 บาท
ซุบ
Comment : รสชาติบางกว่าสองร้านข้างบนอีก ... มีคนบอก เหมือนน้ำก๋วยเตี๋ยวเลย
น้ำจิ้ม มาแบบกฤษโอชาคือมาแบบไม่ปรุง
ต้องมาปรุงเอง
Comment : ผมไม่ค่อยทานน้ำจิ้ม เลยชิมนิดหน่อย คล้ายๆกฤษโอชา ต้องปรุงเอง แต่ความข้นน้อยกว่ากฤษโอชา (แทบจะใสเลย)
หมูสะเต๊ะ :ไม่มี
ข้าวซอย : ไม่ได้ลอง
สรุป
ราคา : ชามละ 25 บาท น้ำชาฟรี
จุดเด่นตรงน้ำชาที่หอมอร่อยกว่า ตัวเลือกที่เพิ่มขึ้นจากข้าวซอย คนน้อยกว่าเกียรติโอชา แต่รสโดยรวม ไม่ค่อยดีแฮะ
------------------------------------------------------------------------------------------
สรุปโดยส่วนตัว (โปรดฟังอีกครั้ง ความคิดเห็นส่วนตัว)
ถ้าคุณมาร้านข้าวมันไก่ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เน้นรสชาติ และความดั้งเดิม ร้านเกียรติโอชาสนองความต้องการคุณแน่ แต่ถ้าคุณต้องการที่เงียบๆ ทานเพื่อหายหิวหรือเพื่ออิ่มและไปที่อื่นต่อ ร้านกฤษโอชาให้ท่านได้ ส่วนท่านที่ขี้เกียจไปทานข้าวซอยฟ้าฮ่าม ร้านศิริชัยก็เป็นทางเลือกที่ดี
จบข่าว ใครมีอะไรคอมเมนต์ได้เลย (วิจารณ์สามร้าน เหนื่อยมาก + มีตกหล่นแน่ ใครเสริมก็เสริมได้เลย)
ปล. จากการถามเพื่อนใน irc ทุกห้อง พบว่าข้าวมันไก่ พอแปลเป็นภาษาอังกฤษ แปลได้ดังนี้
rice chicken/Rice Patato Chicken/Krow Mun Kai/Oily Rice&Chicken/rice it chicken/stired chicken rice/rice steamed with chicken soup/kao man kai/chicken with rice
--------------------------------------------------------------------------------
ทัวร์เชียงใหม่ตอนที่ 2
ติดตามตอนแรกได้ที่นี่
http://dunbine.exteen.com/20080127/tsunami-at-chiangmai-1
หลังจากตื่นแล้ว ผมก็ต้องไป มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกรอบ เนื่องจากวันนั้นเป็นวันรับปริญญา (วันก่อนหน้านั้นเป็นวันซ้อมใหญ่)
ตอนเช้าก็ออกเดินทางหาข้าวเช้ากินแถวๆหลัง มช (เดินทางลำบากดี นั่งรถแดงจากแถวบ้านที่พักไปท่าแพ 15 บาท (เพราะรถแดงบอกไปได้แค่นั้น) และก็เดินทางด้วยรถแดงต่อ จากท่าแพไปแถวๆหลัง มช 20 บาท - -)
เลยเจอร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวร้านนึง เลยเข้าไปทาน
เกาเหลาลูกชิ้นเนื้อเปื่อยสด พร้อมข้าว
ผมกินไป แทบรีแอคชันเลยครับ ....... เพราะมันเผ็ด - - ไม่ได้บอกว่าใส่พริกเลย สงสัยเป็นสูตรของทางร้านมั้ง
ปอเปี้ยะสดหน้ากุ้ง 20 บาท
ราคาอาหารโดยรวมจำไม่ได้แหล่ว.....
แล้วจำไม่ได้ด้วยว่าร้านชื่ออะไร ใครรู้บอกด้วย
จากนั้นผมก็เข้า มช หาเพื่อน
บรรยากาศอ่างแก้ว สดชื่นดี *-*
ต่อมาผมต้องไปเซนทรัลแอร์พอร์ทครับ ไปจัดการเรื่องมือถือ ซื้อของ และเดินเที่ยวเล่นนิดหน่อย
ก็ไปทานร้านอาหารญี่ปุ่นที่ฟูตเซนเตอร์ที่ผมเคยทานมานานแล้ว ซึ่งตอนนั้นติดใจมาก
ร้านโยโกฮามา
ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด
ราคา 45 บาท
รสชาติก็โอเคดีนะ (ในระดับราคา 45 บาท) แต่เหมือนจะหนักพริกไทเยอะขึ้นหรือเปล่าไม่รู้...
ต่อมาผมก็จัดการอะไรทุกอย่างเสร็จ ก็นั่งรถแดงกลับ มช ในราคา 20 บาท (จากแอร์พอร์ทกลับ มช ราคาเท่ากับท่าแพกลับหลัง มช..? )
ตอนนั่งมาเจอคนญี่ปุ่นมาเผยแพร่ศาสนาด้วย ก็พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง (เพราะเค้าเหมือนจะดูหลงๆยังไงไม่รู้ เลยต้องคุยถามซะหน่อย)
หลังจากนั้น ผมก็ไปเจอเพื่อน แล้วทางครอบครัวเพื่อนก็พาไปเีลี้ยงอาหารพร้อมกับเพื่อนผมที่ไปในวันนั้นด้วย
โดยสถานที่ไปนั้น ต้องขับรถขึ้นเขาด้วย .........
สถานที่ไปนั้นก็คือ
ผาลาดตะวันรอน
หน้าร้าน
อีกด้าน
ถ่ายอาหาร (แต่มืด)
*-*
มีดนตรีมาเล่นด้วย
ถ่ายวิว
ดนตรีพวกนี้จะเล่นตามโต๊ะครับ โดยจะเล่นดนตรีแนวคลาสสิก เพลงฝรั่งเก่าๆ ฟังแล้วได้บรรยากาศดี
ถ่ายลงมาด้านล่างเห็นทะเลสาบ
*-*
*.*
*0*
อีกมุม
งานนี้ต้องคอมเมนต์หน่อยหละ
- ร้านนี้ดูจากรายการอาหาร ผมนึกถึงโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงที่กรุงเทพจริงๆนะ เพราะมีขาหมูทอด กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา มันบด ใส้กรอกรวม คล้ายๆกัน แต่ราคาถูกกว่า
- เนื่องจากร้านนี้อยู่บนเขา ประกอบกับผมไปตอนมกราคม ดังนั้น อากาศหนาวมากๆ ถึงมากที่สุด ...วันนั้นลืมเอาเสื้อหนาวไปด้วย เลยนั่งสั่นตลอดเลย
- รสชาติอาหารก็อร่อยดี
- โต๊ะใช้โคมไฟในการให้แสงสว่าง
- ดนตรีก็เล่นเพราะ ฟังเพลินๆสบายๆ
- วิวก็สวยดี
ร้านนี้ผมจึงอยากมาทานอีกรอบ :D
แต่ ......
ปล.
- ร้านนี้คนเยอะมากๆ ต่อคิวกันตลอด จำเป็นต้องจองคิว ถ้าไม่ได้จอง ก็ต้องยืนรอ
- ร้านนี้ถ้าพูดกันตรงๆ ถือว่าทำลายธรรมชาติเหมือนกันนะ เพราะสร้างร้านคร่อมน้ำตกนึงไว้ เหมือนกับเป็นเจ้าของน้ำตกเลย(ไม่รู้ได้ยังไง) คนเชียงใหม่แท้ๆอาจไม่ชอบสักเท่าไร ในการจับจองแบบนี้
-ไม่แน่ใจว่าตอนหน้าร้อน หน้าฝน จะบรรยากาศยังไง
Special Thank : น้อง Phil และครอบครัวสำหรับมื้ออาหารนี้ m( - - )m
------------------------------------------------------------------------------
หลังจากนั้นก็กลับลงมายังเมืองเชียงใหม่ แล้วก็แยกย้ายกลับ
แต่ผมต้องมีภาระกิจในการรับ Rare item ที่อัศวินแห่งกรุงเทพได้จ้างช่างจากเชียงใหม่
เพื่อให้ตีดาบในตำนาน
นั่นคือดาบ Katana
หน้าตาของดาบ
ปล. คนถือดาบ และกี้ๆด้านหลังเป็นใคร? ก็ไปสืบกันเอาเองนะ *-*
ปล.2 ผมไม่ได้ใช้โฟโตชอพในการใส่เอฟเฟคเลยนะ แสงแฟลชมันสะท้อนแบบนี้เอง - -
หลังจากนั้นพวกเราก็ไปทานมิลค์โซน หน้า มช กัน แล้วก็แยกย้ายกันกลับไปนอน
--------------------------------------------------------------------------------------------------
วันสุดท้าย
ภาระกิจหนึ่งที่มาเชียงใหม่คือ มาถ่ายที่ทำงานเก่าของพ่อ ซึ่งผมเคยมาฝึกงานด้วย
ปัจจุบันด้วยสภาพเศรษฐกิจ เลยปิดตัวลงไป
ก็ได้รับมอบหมายให้ไปถ่ายรูป
ที่นี่แหละที่ผมเคยทำงานตอนผมอยู่ปี 3
ต่อมาก็เก็บของ แล้วก็ไปลองข้าวมันไก่ศาลากลาง ....3ร้าน... ถือเป็นความบ้าบิ่นครั้งแรกเลยนะนี่
รายละเอียดดูได้ด้านบน
ร้านเยนตาโฟร้านนี้เพื่อนก็แนะนำ แต่ตอนนั้นอิ่มมาก เลยไม่ได้เข้า ค่อยกินวันหลัง - -
ต่อมา เนื่องจากต้องรอเวลารถไฟออก ก็เลยตัดสินใจไปดูหนังฆ่าเวลา บังเอิญมีหนังเรื่องนึงเกี่ยวกับการทำอาหาร เลยอยากดู
ระหว่างรอ ก็เข้าร้านนี้ครับ
พายจริณ (ไม่ใช่ชารินนะ)
อยู่เซนทรัลแอร์พอร์ท
พายมะพร้าว
พายเลมอน
พายอร่อยมาก ส่วนขาวๆน่าจะเป็นไข่ขาวตี หรือเมอแรง (มั้งนะ) จะฟูๆ นุ่มๆ ทานแล้วเหมือนปุยเมฆ ส่วนเนื้อเลมอนก็เปรี้ยวสะใจ เนื้อมะพร้าวก็กลมกล่อม น่าลองอีก
ผมแนะนำเลย ถ้ามาเซนทรัลแอร์พอร์ท มาลองซื้อทานกันได้
ไม่แน่ใจว่ามีสาขาอื่นไหม
ราคาจำไม่ได้แล้ว -.-
---------------------------------
แล้วผมก็ไปดูหนังครับ
โดยหนังที่ดู ชื่อ
Le Grand Chef - บิ๊กกุ๊กศึกโลกันตร์
ดู Review ได้ที่บล็อก Chubby
http://chubby.exteen.com/20080126/le-grand-chef
----------------------------------------------------------------
หลังจากดูแล้ว ก็ไปซื้อของฝากกลับกรุงเทพ และเสบียงอาหารบนรถไฟ (ผมไม่อยากเสีย 150 บาทแหล่ว)
ไปกาดต้นพยอม
หมูปิ้งขึ้นชื่อ
หมดไวนะ ร้านนี้ ถ้ามาไม่ทัน
ต่อมาก็ไปสถานีรถไฟเพื่อรอกลับ
ซื้อมาแล้ว หมูปิ้ง
หน้าตาหมู
ข้าวเหนียวครับ ขายเป็นขีดนะ
โดยรวมก็อร่อยเหมือนเดิม แต่เสียดาย ไม่ร้อน สงสัยต้องซื้อตอนเช้าๆ จะอร่อยกว่านี้
อันนี้แคปหมู คนขายแถมให้ ดีใจ :D
รถไฟออกเดินทางแล้ว.....
จบการเดินทาง
ขอขอบคุณทุกคนที่เจอผมทั้งหมด ประกอบไปด้วยพี่ป๋อ Chubby(พารับส่ง ให้ที่พัก) / Alexและกลุ่มC3 (ตอนแรกผมจะพักที่ C3 คืนนึง แต่เกิดฉุละหุนิดหน่อย เลยไม่ได้ค้าง ขอโทษด้วยนะครับ) / diabolic angel(ชื่อเดิม) (น้องสาวตัวดี ทำหน้าที่รับส่งผมวันแรกที่ผมมาเชียงใหม่)/Philและครอบครัว (น้องนุ่น 1 ในผู้รับปริญญา คอยรับส่ง และเลี้ยงอาหารด้วย)/ พี่จุ้ยGiorno ผู้รับปริญญาอีกคน เสียดายเจอกันแป๊ปเดียวเอง อย่าลืมออนไลน์บ้างนะครับ/น้องแมง น้องสาวของเพื่อนที่เรียนอยู่ ป โท ยินดีด้วยนะน้อง/พี่เกี๋ยง RED XIII คุยสนุกดีครับ วันหลังมาคุยกันใหม่ (แต่พี่หน้าเหมือนนักร้องคนนึงจริงๆนะ)..../มาโร่Maro เพื่อนอีกคนที่ขึ้นเชียงใหม่ไป คอยบอกทาง นัดหมาย ถ่ายรูป และพูดคุย *-* /รวมถึงคนอื่นๆเช่น Rain_Kun สำหรับข้อมูลเชียงใหม่ / Ryuyasha ที่เจอแป๊ปเดียว (ไม่ได้เจอตั้งนาน... พึ่งรู้ว่ากินร้านอาหารญี่ปุ่นร้านเดียวกันด้วย) - - /
และขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ทนอ่านมาครับ
สวัสดีครับ
เจอกัน Entry หน้า *-*/
ฮ่าๆๆ..
.....
ชอบรีวิวชุดเชียงใหม่มากๆ ครับ อยากไปเชียงใหม่มากเลย (อยากไปเจอพี่โน้ต อุดม)
อยากกินตั้งหลายร้านแหน่ะ
#1 By Lonc on 2008-01-31 22:45