Custom Search

สวัสดีครับ

 

ลุงเบอร์นาร์ดคือใคร??

 

ชาวธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์หลายคนคงรู้จักกับตำนานแขกขายถั่วคนนี้

 

 

ใครจำได้บ้าง

มาดูรูปกัน

 

 

แถวหน้าประตูตรงนี้หละ

 

 

คุณลุงเบอร์นาร์ด

 

 

ถั่วถุงละสิบบาท *-*

 

COMMENT

- ถั่วทุกชนิดถุงละ 10 บาท

- รสชาติก็เหมือนถั่วทั่วไป

 

 

 

แต่มันพิเศษยังไงหละ?

 

คือดังนี้ครับ

 

ข้อความจาก

http://board.dek-d.com/board/view.php?id=329599&pageno=4

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

แดดสายทอประกายร้อนแรงขึ้น คงจะเป็นเพราะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ท้องฟ้าจึงใจดี เปิดให้แสงแดดส่องตามคำสัญญาแห่งฤดูกาล

วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ชายหนวดเฟิ้มออกจากบ้านด้วยความเพลีย หลังนั่งหลับๆ ตื่นๆ อยู่ยามตลอดทั้งคืน เขาเดินออกจากบ้านเล็กๆ แถวปิ่นเกล้าอย่างกระฉับกระเฉงมากขึ้น หลังสลัดความง่วงออกไปได้บางส่วน

เมื่อถึงโต๊ะใบน้อยใต้ตึกเก่าๆ หลังหนึ่ง ถั่วถุงที่เตรียมไว้แต่เช้ามืด ถูกหยิบออกมา

นี่คือกิจวัตรประจำวันของ “เบอนาร์ด ยาโด” ชายชรา "คนขายถั่ว" แห่งท่าพระจันทร์ ที่ยังคงดำเนินไปตามปกติเหมือนเมื่อ 37 ปีก่อน...
-1-

คนทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รู้ว่า เหตุผลเดียวที่จะไม่เห็นเขากับกระบะถั่ว คือต้องไม่สบายหรือเป็นอะไรสักอย่าง ไม่อย่างงั้นอาบังคนนี้ไม่มีทางหยุดงานเป็นแน่

"เบอนาร์ด ยาโด" คนขายถั่วเก่าแก่แห่งท่าพระจันทร์ บอกกับเราว่า ถ้าไม่ทำงานทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ ย่อมไม่มีทางหาเงินได้พอใช้ เพราะตัวเองมีลูก 4-5 คน แถมด้วยหลานอีก 12

ไม่ว่าอดีตของเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม ดูเหมือนปัจจุบันเครื่องหมายคำถามต่อชายชราคนนี้จะจางหายไปจากความคิดเด็ก ธรรมศาสตร์รุ่นหลัง เพราะต้องห่างไกลจากบ้านอย่างท่าพระจันทร์มากขึ้น อย่างไรก็ดี ลูกแม่โดมตั้งแต่รหัส 11 ลงมาถึงรหัส 45 ซึ่งมีโอกาสเรียนที่ท่าพระจันทร์ ย่อมรู้ดีถึงตำนานความตื๊อขายถั่วของอาบัง

หลายครั้งสมัยเรียน เราพบเขาขณะนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ริมสนามบอลแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะกระบะถั่วจะลอยมาวางโครมข้างโต๊ะ พร้อมคำถาม "จะกินอะไร" เล่นเอาเผ่นแทบไม่ทัน เจอหลายคน จนมีคำขวัญรู้กันทั่วว่า สิ่งที่หนีไม่ได้ในธรรมศาสตร์คือเบอนาร์ดขายถั่ว

อาบังหลอกหลอนผู้คนในธรรมศาสตร์ได้ดี เพราะใครล่ะจะมีเงินซื้อถั่วแกทุกวัน แต่แกก็ยืนยัน นั่งยัน และนอนยันว่า การกินถั่วมีประโยชน์ต่อร่างกาย (เพราะขายของได้)

สำหรับคนธรรมศาสตร์รุ่นเก่า เบอนาร์ดเหมือนคนกันเอง เหมือนสมาชิกครอบครัวเก่าแก่ ที่หนีมาจากแดนไกลเพื่อพึ่งไออุ่นจากชายคาแม่โดม เช่นเดียวกับผู้ทุกข์ยากคนอื่นๆ ที่เดินเข้ามาในอดีต

11 มีนาคม 2548 สายของวันอากาศอบอ้าวกลางเดือนมีนาคม

วันปิดเทอมปกติก็เงียบเหงาอยู่แล้ว แต่ 3 ปีให้หลังนี้ ยิ่งเงียบเหงาเป็นพิเศษ เมื่อคนส่วนหนึ่งไปเรียนที่รังสิต อาบังชราร่างตุ้ยนุ้ยคนนั้นยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

"กินไรเปล่า" เสียงทักทายที่คุ้นหูดังขึ้น รอยยิ้มผสมสายตาเชิงวิงวอนถูกส่งมาที่เรา

"ทำไม ขายไม่ดีอีกแล้วเหรอ"

"ไม่มีคน" เป็นคำตอบจากหลังกระบะถั่ว

หน้าตาอย่างเบอนาร์ด คนในสังคมไทยมักเรียกว่า "แขก" และเขาก็ขายถั่ว จึงเป็นแขกตามมุมมองคนไทยโดยสมบูรณ์พร้อม

เป็นที่รู้กันว่าที่คนต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มคนอินเดียที่เข้ามาหางานทำและ ตั้งรกรากในบ้านเรา มีอาชีพยอดฮิตไม่ขายโรตี ก็ขายถั่ว จนหลายคนคิดว่าเป็นอาชีพผูกขาดของชาวภารตะในประเทศไทยไปเรียบร้อย

ทำให้นึกถึงคำพูดของผู้รู้เรื่อง "แขก" อย่าง ธีรนันท์ ช่วงพิชิต เขาเคยเล่าในงานเสวนาเรื่อง "ฝรั่ง แขก จีน มอญ หลายชาติหลายภาษาในสังคมสยาม" (จัดโดยร้านหนังสือริมขอบฟ้าร่วมกับสำนักพิมพ์สารคดี) ถึงบทบาท "แขก" ในความหมายชี้เฉพาะไปที่กลุ่มคนจากอินเดียซึ่งเข้ามาในเมืองไทยและไม่ได้ นับถือถือศาสนาอิสลามเอาไว้ว่า

"...คนอินเดียที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมที่เข้ามา จะทำอย่างแรกคือขายถั่วก่อน เพราะขายถั่วจะรู้จักเศษสตางค์ รู้จักคน โดยเฉพาะประเภทที่มาขอกินฟรีก็มี แล้วยังมีประเภทที่มาเป็นแขกยาม แขกส่งหนังสือพิมพ์ พัฒนามาขายสินค้าเงินผ่อนพร้อมดอกเบี้ย พัฒนาสูงสุดคือเงินกู้ ซึ่งเป็นระบบการต่อรองที่ง่ายกว่าในสังคมปัจจุบัน ซึ่งบางแห่งมีการจัดคนไปข่มขู่คนไม่จ่ายเงิน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมใหม่หลังไอเอ็มเอฟเข้ามาบ้านเรา..."
เบอนาร์ดเป็นแขกไม่ กี่คนในปัจจุบัน ที่ยัง "ขายถั่ว" ในธรรมศาสตร์และย่านท่าพระจันทร์มา 37 ปีเต็ม โดยสืบทอดอาชีพจากพ่อของเขาซึ่งเคยขายถั่วแถบวิทยาลัยนาฏศิลป์มาก่อน

วันที่เรานั่งสนทนากับเบอนาร์ด เขาหยิบเอกสารชิ้นหนึ่งให้ดูแทนการอธิบายว่ามาจากไหน เพราะเอาเข้าจริงเบอนาร์ดก็ยังสื่อสารกับคนรอบข้างได้อย่างตะกุกตะกัก สำหรับประโยคภาษาไทยยากๆ

"สัญชาติอินเดีย เชื้อชาติฮินดู เกิดที่ตำบลโกลักปูร์ จังหวัดบิสตี้ (อินเดียเหนือ)" ในเอกสารระบุ

"โฮ้ย 37-38 ปีแล้ว" ภาษาไทยเปื้อนสำเนียงฮินดีหลุดมาอย่างอารมณ์ดี และด้วยช่วงเวลาประกอบกับสถานที่ที่เขาเลือกแอบอิง เบอนาร์ดเลยกลายเป็นพยานในเหตุการณ์สำคัญหลายครั้งโดยปริยาย...ไม่ว่าจะ 14 ตุลา หรือ 6 ตุลา เขามีส่วนร่วมทั้งสิ้น แต่ในฐานะกองเสบียงทางอ้อม เพราะเขาขายถั่ว

"ตอนแรกขายของแถวสนามหลวง บางทีก็เดินไปแถวกระทรวงกลาโหม วันไหนเขาเรียนรักษาดินแดน วันนั้นขายดี ตอนนั้นขายถุงละ 50 สตางค์ ถ้าบาทนึงตักได้ตั้ง 12 ช้อน" (ปัจจุบันเบอร์นาร์ดขายถุงละ 10 บาท คิดเป็นถั่ว 5 ช้อนต่อหนึ่งถุง)

จนเขาเดินมาเจอเด็กคนหนึ่งถามว่าทำไมไม่เข้าไปขายในมหาวิทยาลัย เขาเลยเล่าให้หนุ่มผมน้อยคนนั้นฟังว่า ที่ถอยออกมาเพราะยามไม่ให้เข้า เด็กหนุ่มใจดีจึงพาอาบังไปพบอาจารย์ ในที่สุดเบอนาร์ดจึงได้รับอนุญาตให้ทำมาหากินในธรรมศาสตร์ โดยเสียค่าที่เดือนละ 50 บาท (หมายเหตุ -ปัจจุบันเดือนละ 200 บาท ปีหนึ่ง 2,400 บาทสำหรับคนแบกของขาย อย่างเบอนาร์ด) แล้วโชคชะตาของเขา ก็ผูกพันกับสถานที่แห่งนี้นับแต่นั้นเป็นต้นมา

-3-

"ป้าเข้ามาตั้งแต่สติ๊กเกอร์นี่ยังใหม่อยู่เลย" ป้าแก้ว เจ้าของรถเข็นขายน้ำเล่าพร้อมกับชี้สติกเกอร์สีซีดข้างถังแช่น้ำ เป็นการยืนยันว่า คนไม่กี่คนที่เดินขายของในมหาวิทยาลัยปัจจุบัน ล้วนเป็นคนเก่าแก่ผูกพันกับธรรมศาสตร์และชุมชนท่าพระจันทร์มาไม่ต่ำกว่าสิบ ปี

"เบอนาร์ดเขามาขายก่อนป้า นานแล้ว 38 ปีได้"

เห็นขายถั่วแบบนี้ ใครจะรู้บ้างว่าเบอร์นาร์ดมาเมืองไทยด้วยเครื่องบิน!

"โฮ้ย...สมัยก่อนพันห้าร้อย ไทยอินเตอร์ จริง.. ค่ารถตอนนั้น 50 ตังค์เอง" เขาเล่าขณะที่มือกวักเรียกลูกค้าขาประจำแถวประตูท่าพระจันทร์ ที่พยายามหลบหน้าเพราะโดนอาบังชวนซื้อถั่วทุกวัน

"ตอนนี้อายุ 60 ปี ลบด้วย 4" สำเนียงไทยปนฮินดีเอื้อนเอ่ยพร้อมด้วยยิ้มน้อยๆ ชวนหมั่นไส้ ก่อนเฉลยต่อว่ามีเหตุผลบางอย่างเพื่อหนีมาตายเอาดาบหน้าที่เมืองไทย

"บังขายแบบนี้มาตลอด เมื่อก่อนขายโรตีสายไหมหรืออะไรสักอย่างเรียกว่า "ใบเยียร์" เหลืองๆ กลมๆ ทอดมาจากบ้าน" คุณลุงขายน้ำเล่า ขณะที่เบอนาร์ดบอกว่าเลิกเพราะโดนห้าม ให้ขายแต่ถั่วเท่านั้น

"มาใหม่ๆ ไปอยู่ปิ่นเกล้า อยู่กับพ่อ อยู่กับปู่ อยู่กับยาย โฮ้ย เมื่อก่อนมาเลี้ยงวัวเอานม" เขากล่าวแล้วชี้มาที่คนถามซึ่งทำหน้างงกับอาชีพดั้งเดิม

-4-

13 ตุลาคม 2516... ท่ามกลางคลื่นมหาชนล้นหลามบนสนามฟุตบอล มีอาบังขายถั่วคนหนึ่งซึ่งไม่รู้ตัวว่า กำลังอยู่ในเหตุการณ์สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เขาเดินขายของอย่างสบายใจท่ามกลางฝูงชนที่เข้ามารวมตัวต่อต้านเผด็จการ "ถนอม-ประภาส"

"โฮ้ย หมดแล้วๆ จะกลับไปเอาอีก" เขาบอกคนรู้จักหลังของขายหมดเกลี้ยง ไม่รวมที่บริจาคถั่วส่วนหนึ่งให้นักศึกษาบางคนซึ่งกินฟรีด้วยความคุ้นเคย

เหตุการณ์ครั้งนั้นจบลงด้วยชัยชนะของประชาชนในวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ...และอาบังก็พบว่าทำเลค้าขายของเขามีผู้คนผ่านไปมามากขึ้น ประกอบกับมีม็อบมาประท้วงบ่อยๆ

สามปีต่อมา... 5 ตุลาคม 2519 อาบังก็พบว่าเขายืนขายถั่ว พร้อมกับแจกถั่วฟรีไปหลายกำ ในการชุมนุมประท้วงขับไล่เณรถนอมที่พยายามลักลอบเข้าประเทศ ณ สนามฟุตบอลแห่งเดิม

วันนั้นเขาขายถั่วได้เรียบและกลับบ้านได้เร็ว โดยไม่ทราบว่าย่ำรุ่งของอีกวัน ลูกค้าและคนคุ้นเคยหลายคนต้องจากไปด้วยคมกระสุนของกลุ่มกระทิงแดง

วันรุ่งขึ้น เขามาที่สนามหลวงเพื่อนำถั่วมาขายตามปกติ...และพบกับภาพบางอย่างที่เขายังไม่ลืม

"เห็นคนสามคนโดนเผา ยังไม่ตายเลยนะ”

หลังจากนั้น เบอนาร์ดก็ต้องทำงานเป็นยามอย่างเดียวไปหลายเดือน เพราะมหาวิทยาลัยถูกปิดซ่อมแซม

37 ปีแล้ว วันนี้กิจวัตรของเบอนาร์ดยังเหมือนสมัยก่อน ช่วงกลางคืนเฝ้ายามให้บริษัทแห่งหนึ่งย่านจรัญสนิทวงศ์จนเกือบรุ่ง กลับมาพักผ่อนช่วงสั้นๆ ที่บ้าน หกโมงเช้าตื่นเพื่อเตรียมตัวออกไปซื้อถั่ว

"โฮ้ย...สมัยก่อนทำถั่วเอง สมัยนี้ไม่มีเวลา ลำบาก นี่ไปซื้อพาหุรัด สมัยก่อนกิโลละ 5 บาท ถั่วสีเหลืองนี่ 10 สลึง ตอนนี้กิโลละหลายบาทแล้ว"

บทบาทคนขายถั่วเริ่มในช่วงสายเมื่อถั่วถูกจัดใส่กระบะ และทั้งวัน ชายคนนี้จะเทินกระบะใส่หัวบ้างใส่บ่าบ้าง เดินไปขายคนทั่วมหาวิทยาลัย โดยมีรูปแบบจู่โจมให้คนซื้อส่วนมากจำต้องจ่าย
ดังนั้น ไม่แปลก ที่ในการเสวนาของนักศึกษาหลายครั้ง จะมีเบอนาร์ดเป็นแขกรับเชิญเอาถั่วมาออกร้านหน้างานเสมอและเสียงทัก "อาบังเป็นไง" เสียง "โอ้ยอิ่ม ไม่เอา" บวกกับเสียง "ขี้เหนียว" หยอกเย้าไปมาระหว่างเบอนาร์ดกับลูกค้าคุ้นเคย จะมีให้ได้ยินตลอดทั้งวันจน 6 โมงเย็น

สายสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายแบบเพื่อนเก่าเช่นนี้ เทียบไม่ได้กับที่เดินเข้าร้านสะดวกซื้อซึ่งพนักงานคอยพูดเหมือนกับหุ่น ยนต์ว่า "สวัสดีครับ/ค่ะ" "รับ...เพิ่มไหมคะ" เพราะนั่นคือความสัมพันธ์ที่มีจุดประสงค์เดียวคือเอาเงินออกจากกระเป๋าของ เรา

แต่ระหว่างนักศึกษา คนธรรมศาสตร์กับเบอนาร์ด มันมีอะไรบางอย่างมากกว่านั้น...
"วัน นี้ขายไม่ดี ได้แค่สองร้อย" แกหันมาบ่นกับเรา ก่อนจะเอาถั่วบางส่วนโปรยให้นกพิราบ อีกส่วนเก็บไว้ขายในวันต่อไป แล้วเดินกระย่องกระแย่งเอากระบะไปเก็บในที่ลับตาก่อนจะเร่งฝีเท้าออกไปทาง ประตูสนามหลวงเพื่อสลับบทบาทกลับไปเป็นยามอีกครั้ง

"เขาอยู่คู่ที่นี่มานานแล้ว" เป็นเสียงของใครหลายคนที่รู้จักเบอนาร์ดบอก

หลายคนเรียนจบไปเป็นสิบปี วันนี้เมื่อกลับมาก็ยังคงมาทักเบอนาร์ดอย่างคุ้นเคย แม้แต่นักการเมืองอย่างเฮียชูวิทย์(กมลวิศิษฎ์) สมัยลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปีก่อน เมื่อมาเยือนที่นี่ ก็ยังปลีกตัวมาจับไม้จับมือระลึกความหลัง ครั้งเสี่ยอ่างยังเอ๊าะๆ ซึ่งเบอนาร์ดยังเก็บเอามาคุยจนทุกวันนี้

สำหรับเบอนาร์ด นักศึกษาทุกคนเป็นคนดี "นักศึกษาไม่ขโมย...มีครั้งนึงโดนคนอื่นแย่ง ที่นี่แหละ เอาถั่วไปตอนหลับ ใส่กระเป๋า นักศึกษาบอกเบอนาร์ดๆ ถั่วโดนขโมย ทีแรกนึกว่าล้อเล่น ตอนนั้นตามทัน ยามไม่อยู่ เรียกตำรวจด้วย ถั่วหกหมดเลย" แกเล่าพร้อมทำหน้าตาเบ้ๆ "เคยไป(ธรรมศาสตร์) รังสิต 3 ครั้ง วันแรกขายดี ครั้งที่สองขายไม่ได้ ครั้งสามขายได้ 20 บาท ค่ารถ 50"
บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลทำให้เขาไม่คิดจะไปขายที่อื่น ยิ่งท่าพระจันทร์สมัยคึกคักก็ขายดีจนมีการบันทึกสถิติส่วนตัวเอาไว้ว่า "คณะบัญชีขายได้เยอะ (คณะนิติฯ เขาส่ายหน้า) สมัยก่อนคณะบัญชี คณะเศรษฐศาสตร์ขายดีที่สุด ตอนนี้ไม่มีคนแล้ว สมัยก่อนมีร้านค้าริมน้ำ คนเยอะ" เล่าไปเล่ามาดูบังก็อดนึกถึงวันเวลาเก่าๆ ไม่ได้

-6-

ปลายเดือนธันวาคม 2547

"ได้ข่าวไหม ว่าเขาจะไล่คนที่เดินขายของออกไป บังก็จะโดนด้วย"

เสียงลือลอยมาเข้าหู หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารชุดใหม่ของธรรมศาสตร์

วันนั้น เราเข้าไปทักเบอนาร์ดตามปกติ แต่แกมีสีหน้าไม่สบายใจนัก เพราะช่วงนั้นมีข่าวว่ามหาวิทยาลัยถึงขั้นที่จะไล่ไม่ให้แกขายทั้งๆ ที่สัญญายังไม่หมด

"อาจารย์ช่วยพูดกับคนที่เกี่ยวข้องหน่อยได้ไหมครับ" ใครคนหนึ่งถามด้วยความหวังต่ออาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารที่ เพิ่งพ้นจากตำแหน่ง พร้อมกับลากเบอนาร์ดไปยืนข้างๆ

"เธอเป็นใคร" สายตาเหยียดๆ มอง

"ผู้บริหารชุดใหม่เขาไม่สนใจแล้ว ประวัติส่งประวัติศาสตร์อะไร" แล้วก็เดินไปอีกทางพร้อมกับความไม่ไยดีแต่อย่างใด...

คน ขายของรายหนึ่งเล่าว่า "เรื่องเกิดหลังจากคนขายบางคนไปมีเรื่องกับผู้บริหารท่านหนึ่งที่เขาเพิ่ง มาเป็นหมาดๆ ไปเถียงเขาตอนเขาให้หลบ เลยมีการบอกให้ยกเลิกหมด ไปพูดกับผู้ใหญ่หลายคน เขาก็บอกว่าจะปรึกษาดู ว่าจะทำไง เสร็จแล้วเลยเงียบไปให้ขายต่อ แต่ปีนี้ไม่รู้เขาจะต่อสัญญาให้หรือเปล่า ไม่ได้ตามเรื่อง เรื่องเงียบเลยเงียบไปเลย อธิการบดีก็เงียบ คนรองลงมาต่างคนก็ยอมให้ขายต่อ แต่หมดสัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร"

"เขาให้เหตุผลว่ามันเกะกะ" ใครบางคนบอกเรา

ขณะที่ตัวเบอนาร์ดเองก็บอกด้วยเสียงเศร้าๆ ว่า "ไม่รู้จะไปขายที่ไหน อยู่มาตั้งนาน" ซึ่งก็สอดคล้องกับคำบอกเล่าของคุณป้าขายน้ำที่ทำมาหาเลี้ยงชีพอยู่ที่นี่มา นานนับสิบปี

อย่าคิดว่านี่เป็นแค่เรื่องของคนขายของคนหนึ่ง แล้วเราไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย ?

เพราะกรณีเช่นนี้มองให้กว้าง มันเกิดขึ้นกับคนตัวเล็กๆ บ่อยครั้งในสังคมไทย... ที่สังคมทุนนิยมมักมองว่าเราจะทำอย่างไรกับคนพวกนี้ก็ย่อมได้

และน่าเป็นห่วง ถ้ามันจะเกิดขึ้นกับธรรมศาสตร์ ดินแดนที่เคยได้ชื่อว่าเห็นใจผู้ทุกข์ยากมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศที่ เต็มไปด้วยคนจนและผู้เดือดร้อน

สำหรับเรา...เบอนาร์ด เป็นตัวอย่างของคนต่างชาติ ที่สามารถอาศัยอยู่ในเมืองไทยได้อย่างผสมกลมกลืน

เบอนาร์ด เป็นจิ๊กซอว์ประวัติศาสตร์ตัวเล็กๆ ที่ยังคงมีชีวิตในสถานที่ๆ เขารัก มีชีวิตและนั่งอยู่ที่นี่ ตั้งแต่คนเดือนตุลาหลายคนยังร่ำเรียน ตั้งแต่คนที่คิดจะไล่เขาไปยังไม่เกิด

เรียนผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เคารพ

ก่อนจะให้สัมภาษณ์ตามหน้าหนังสือต่างๆ ว่าท่านเชื่อในหลักนิติรัฐ และความเป็นธรรม ลองหันมาก่อน ลองหันมาพิจารณาเรื่องคนขายของตัวเล็กๆ ในมหาวิทยาลัยที่ไม่ธรรมดาคนนี้ก่อนจะไปทำเรื่องใหญ่ๆ ไหม

ซึ่งจะพิสูจน์ว่า ท่านเข้าใจประโยค

"ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน" ดีแค่ไหน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

KFC ออกเมนูใหม่ครับ เป็นเบอเกอร์แนวไก่อบครับ อารมณต่างจากซิงเกิลเบอเกอร์

 

เดี๋ยวนี้เฟรนฟรายเปลี่ยนเป็นสลัดผักได้แล้วนะครับ 

 

 

คอมโบใหม่ครับ (มองไม่ชัด)

 

 

เบอเกอร์นี้แหละครับ 55 บาทเท่าซิงเกิลเบอเกอร์

 

 

ชุดนี้ 95 บาทครับ มีเป๊ปซี่ 1 แก้ว เบอเกอร์ 1 สลัด 1 (เปลี่ยนจากเฟรนฟรายเป็นสลัดได้ครับ โดยไม่เสียเงินเพิ่ม)

 

 

เบอเกอร์ไก่อบ มีหนังไก่ติดมาด้วย มีบล็อกโคลี่ มะเขือ ซอสชีส รสดีไปอีกแบบนะครับ

 

ซอสชีส ก็ซอสเดียวกับใส่ในพัฟไก่แหละ

เหมาะสำหรับคนไม่ชอบกินไก่แบบชุบแป้งทอด

 

สลัดแบบใหม่ครับ น้ำสลัดยังกะน้ำจิ้มไดโดม่อน ไม่ค่อยถูกปากเท่าไร -0- แต่ก็ลองได้นะ อาจถูกปากคุณก็ได้ *-*

 

COMMENT

- โดยรวมผมชอบเบอเกอร์นี้ เพราะผมไม่ค่อยชอบแนวไก่ชุบแป้งทอดเท่าไรนะครับ

- อาหารชุด จะมีเฟรนฟรายในชุดเสมอ ซึ่งเราสามารถขอเปลี่ยนเป็นสลัดผักแบบในรูปได้ ถ้าคุณกลัวอ้วน

- แต่น้ำสลัดอาจให้อารมณ์น้ำจิ้มไดโดมอนไปหน่อย

 

ก็ไปลองกันได้ *-*

 

---------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้

 

 

ม้าเดียว เราไม่สน

 

 

 

 

 

 

 

ต้องนี่

 

 

 

 

 

 

 



สามม้า!!!

 

 

กระทู้รีวิวร้าน Ginger + Almatery + Manhattan

 

 

Ginger + Amaltery + Manhattan โดย Angelsong ครับ

 

หรือ

http://angelsong.exteen.com/20080705/ginger-amaltery-manhattan

 

 

ช้าก่อน!!!

 

 

เราแถมอีกหนึ่งม้า!!!

 

http://angelsong.exteen.com/20080704/the-grill-tokyo-1

 

The Grill Tokyo โดย Angelsong เหมือนเดิม

 

จบเรื่องม้าๆ *-*

 

(วันหลังเก็บเงินดีไหมนิ :P) 

 

----------------------------------------------------------------------------------

 

ของแถม

 

เมื่อวันเสาร์เจอดารามากมายอาทิ

 

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ที่งานคอมมิกปาร์ตี้ เซนทรัลเวิลด์พลาซ่า

 

 

กำลังร้อง

 

 

~

 

 

~

 

 

~

 

 

มีคนมาดูมากมาย โดยเฉพาะสุภาพสตรี

 

 

ถัดไป ก็เจองาน Big Pro Day บนเวทีไม่ใช่ดารา เหมือนเป็นพริตตี้ในงาน ดังนั้นคนจึงดูเยอะมากๆ (อาจเยอะกว่าโต๋..) ส่วนใหญ่เป็นสุภาพบุรุษ

 

 

เดินมา MBK ก็เจอ กอล์ฟ ไมค์

 

 

~

 

 

~

 

 

คนดูมากมาย

 

 

 

~

 

จบ *-*

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ครบทุกเรื่องเลยนะครับนี่

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! big smile

#1 By [Blog]-`Nutty.,* on 2008-07-06 00:13

กว่าจะอ่านจบ


ดีมั่กๆ เลย


ปล. วันนี้ขอโทดจริงๆค่ะHot!

#2 By katoon on 2008-07-06 00:30

ขึ้นต้นด้วยลุงขายถั่ว ปิดท้ายด้วยกอล์ฟไมค์ หลากอารมณ์มากค่ะ

#3 By preme on 2008-07-06 00:33

ตอนนี้ลุงแกเป็นยังไงบ้างละนี่ =A= สงสารจัง
.......
ยาวนะ entry วันนี้.....
หลายแบบ หลากหลาย.... :)

#5 By Saito Hajime on 2008-07-06 00:41

เบอร์เกอร์ของ KFC ตัวนี้น่าสนดีคับ พรุ่งนี้ไปลองดีกว่า

#6 By Googigg on 2008-07-06 00:47

โต๊ะถั่วช่างคุ้นตาเหมือนเคยเห็นตอนเด็กๆ...
ณ อสช. เซนหลุยส์...

#7 By greateve2b on 2008-07-06 01:52

สลัดอร่อยออกน้า
น้ำจิ้มเหมือนแบบญี่ปุ่นๆ์?


(เคยทานตอนไปญี่ปุ่น)

#8 By .*>♣Eri-chanz♣ on 2008-07-06 01:52

รู้จักเบอร์นาดหล่ะ
เพื่อนๆซื้อบ่อยให้เราคอยจก

ธรรมศาสตร์เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน
คนเดี๋ยวนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน
ไม่รู้ทำไม
สงสัยเพราะมีเขางอกแหงๆ

#9 By koyubi on 2008-07-06 02:06

เบอร์เกอร์นี่ต้องไปลองชิม
แต่เบอนาร์ดคงไม่มีโอกาสครับsad smile

ผมตลกภาพ Big Pro Day
ตากล้องชายสามัคคีพลีชีพยกชัตเตอร์ขึ้นกดจริงๆ
เค้าเรียกว่าสปิริตเพื่อสาวงาม
แต่เอ่ะ คงไม่ได้ถ่ายติดรูปผมหรอกนะ open-mounthed smile open-mounthed smile

#10 By cvane (203.151.42.156) on 2008-07-06 02:58

Hot! Hot! Hot! ชอบมากเลยครับ หุๆ
อยากไปเห็นคุณลุงเบอร์นาร์ดจังconfused smile

#11 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-07-06 02:59

เคยเห็นลุงขายถั่วคนนี้ครั้งนึงนะคะ

ตอนงานรับปริญญารุ่นพี่

แต่เพิ่งรู้ความเป็นมาก็วันนี้ล่ะbig smile

#12 By NICs Gallery on 2008-07-06 03:15

อืม คิดถึงเบอร์นาร์ดจัง คุณดันไบน์ก็ธรรมศาสตร์เหรอครับเนี่ย วันก่อนไปท่าพระจันทร์มา เงียบเชียบ หรือเป็นเพราะปิดเทอมก็ไม่รู้นะ แต่มันขาดสีสันชีวิตลงไปเยอะเลย
ตอนนี้ที่ท่าพระจันทร์เงียบมากค่ะ (เป็นรหัสสุดท้ายที่อยู่ทัน)
ไม่เห็นคุณลุงแกมาขายแล้วนะคะ
ไม่รู้เพราะว่าไม่ได้ต่อสัญญา รึว่าเป็นเพราะขายไม่ดีกันแน่
ที่นี่เหลือคนน้อยจริงๆ คณะที่มีเหลือคนเรียนอยู่ก็น้อยแทบร้าง (ยิ่งช่วงนี้ภาคอินเตอร์ยังไม่เปิดเทอม)

เพิ่งจะรู้นะคะเนี่ยว่าลุงแกขายมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อเรียนธรรมศาสตร์เลย
จนตอนนี้ตัวเองจะเรียนจบแล้ว
ไม่น่าเชื่อจริงๆ ค่ะ
ฟังแบบนี้แล้ว ก็อยากให้ทางมหาลัยให้ความช่วยเหลือบ้างจัง
แต่ก็นะ ไอ้เรื่องเงียบหาย เพราะเป็นแค่เรื่องเดือดร้อนของคนตัวเล็กๆ ไม่กี่คนก็เป็นกันทุกที่นี่หล่ะ

#14 By 。:NaMiiZa:。 inⓛⓞⓥⓔ on 2008-07-06 07:24

วันนี้อ่านตาลาย!!!5555++
KFCน่าทานมากมาย เมื่อไหร่เราจะมีเวลาไปซือมาทานบ้างน้าา

ลุงเบอรนาร์ดสู้ๆๆๆ!!cry

#15 By gikki (58.9.165.96) on 2008-07-06 07:46

ลุงขายถั่ว KFC รีวิวร้านอาหาร จบด้วยงานCP11 หลากอารมณ์มากครับsad smile

เอาดาวไปเลย ชอบเรื่องลุงเบอร์นาร์ดมาก(ชื่อเดียวกับเพื่อนผมด้วย)Hot! Hot!
Hot!

เห้อ อาบัง
หักอารมณ์ที่สุด -*-
ลุงเบอร์นาร์ด เจ๋งมากครับ Hot!

#19 By Zairen_Bibliophobia on 2008-07-06 09:27

ถ้าแวะไปจะไปอุดหนุนนะครับคุณลุง confused smile

เบอร์เกอร์น่าทางดี ส่วนพริตตี้ก็น่าชม

โต๋ กอล์ฟไมค์ ไม่มีความเห็น

#20 By Buffo on 2008-07-06 09:54

= =; อาบังเรอะ....
(ม้าเยอะจริงๆ กระทูโลมานี่)
sad smile

#21 By RayOn on 2008-07-06 12:43

โอ้ เบอร์นาร์ด
ส่งยิ้มให้กันทุกวันในสมัยนั้น
เบอร์นาร์ดกลับไปเยี่ยมบ้านที่อินเดีย
หายไปเป็นแรมเดือน
กลับมายังเอากำไลแขกมาฝากด้วย
ร่วมยี่สิบปีแล้ว ไม่เคยเจออีกเลย
เขายังสบายดีอยู่ใช่ไหมคะ

#22 By มุกดาว (StarPearl) on 2008-07-06 13:11

งานเพียบเลยนะครับ cry

#23 By desktop bomb on 2008-07-06 13:26

เมื่อวานไปเรียนก็เจอคุณลุง big smile

#24 By Minuet on 2008-07-06 14:07

ดีที่ลุงแกไม่ย้ายตามไปขายที่รังสิตด้วยนะsurprised smile

#25 By pangtode on 2008-07-06 14:41

เปลี่ยนเป็น สลัด ได้ด้วย แจมเลยคับผม

#26 By นายหนอน on 2008-07-06 15:01

ชอบกินถั่ว อิอิ

#27 By แป๊ะยิ้ม on 2008-07-06 15:57

หักมุมหงายหลังตอน KFC

เรื่องของลุงเบอร์นาร์ดสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างนะคะ
แปะเป็นกำลังใจ ถึงไม่ใช่ชาวธรรมศาสตร์ก็ขอเชียร์ด้วยคน
Hot! Hot!

#28 By Liebestraum on 2008-07-06 17:18

อึ้งๆไปเลยค่ะตอนที่อ่านเรื่องของคุณเบอร์นาดจบ
เราเองไม่เคยต้องใช้ชีวิตแบบนั้น เลยไม่เยคิดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่
สังคมเดี๋ยวนี้มันบีบคั้นกันจริงนะคะ

#29 By แมวมะม่วง on 2008-07-06 18:52

เอ วันก่อนเหมือนจะเห็นบัง ... แต่นานแล้วเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าตอนนี้บังยังอยู่ไหม ไม่ค่อยได้ไปมหาลัยเลย ...

งวดนี้พี่ดันเขียนหลากรสชาดมาก
เอาดาวไป Hot! Hot!

#30 By Oam on 2008-07-06 19:23

ลุงถั่วมีที่มานี่เอง อ่านแล้วซึ้ง
ดาราเยอะจริง มิน่าตอนเย็นๆคนหายไปไหนหมด
ไปดูกอล์ฟไมค์นี่เอง

#31 By Aklare on 2008-07-06 19:49

เสียดายจัง อยู่มธ.เหมือนกัน
แต่รหัส 49 เรียนรังสิต 4 ปี!!
อยากกลับมาเรียนท่าพระจันทร์มาก

อาหารการกินสมบูรณ์ดีอิอิ

#32 By Dei on 2008-07-06 21:53

เออ ไม่ได้เจอลุงนานแล้ว

#33 By gsawa on 2008-07-06 22:29

เคยเห็นในทีวีตอนที่ยังมีช่อง ITV อะจ้า
รายการอะไรไม่แน่ใจ ไปถ่ายแก และสัมภาษณ์ถึงที่บ้านเลยจ้า
..
surprised smile

#34 By GoddessIsis on 2008-07-06 22:34

เรื่อง ลุงเบอนาร์ด นี่ โดนใจผมมากๆเลย

#35 By iviail on 2008-07-06 22:43

เดินผ่านเห็นขายทุกวัน เพิ่งได้รู้ประวัติลุงเบอร์นาร์ดก็วันนี้แหละค่ะ สงสารลุงแกจังเนอะ ชีวิตต้องฟันฝ่าจริงๆค่ะ จะพยายามชอบกินถั่วนะ จะได้อุดหนุนคุณลุง

#36 By wanako_chan on 2008-07-06 22:53

โอ้ อัพคุ้มเลย....สงสารลุง

#37 By (^_^)/nana on 2008-07-06 23:26

กลับมาแล้วเรอะ!!!

#38 By MeiiThamoN on 2008-07-06 23:30

มอมแมมมาเยือนคร้า ฮ่าๆquestion

#39 By kukkik (58.64.70.244) on 2008-07-07 01:05

กินถั่วเบอร์นาด บ่อยๆ อิอิ

#40 By iShirt on 2008-07-07 01:43

ตอนนี้คุณลุงเบอร์นาร์ดก็ยังอยู่นะ...ถั่วก็อร่อยด้วย เสียอย่างเดียวอุลดันแพ้ถั่วเขียว เผลอกินไปทีนึงปากบวมไปสองสามวันเลย

แต่สงสารแกเหมือนกันนะ ได้ข่าวว่าแกขายถั่วดีมากจนมีเงินส่งลูกเรียนเอแบค แต่สุดท้ายลูกเรียนจบทิ้งแกไปอยู่อมเริกาไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย

#41 By ๑۩ﺴ Ul-Q ﺴ۩๑ on 2008-07-07 07:58

ชอบลุเบอร์นาร์ดหละ ถั่วอร่อย

#42 By on 2008-07-07 09:08

ก่อนจบรู้สึกเหมือนไม่ค่อยเห็นหน้าเบอร์นาร์ด
(ได้ข่าวว่ากลับไปเยี่ยมบ้านเกิดไม่รู้จริงรึเปล่า?)

คิดถึงรสชาติถั่วเบอร์นาร์ดแฮะ Hot!

#43 By aki on 2008-07-07 11:09

สมกับเป็นตำนานจริงๆ
30 กว่าปีกับคนขายถั่ว
ยังไงก็ขอให้ได้อยู่ตรงนี้ต่อไปนะครับ
ส่วนของกิน กลมๆ เหลืองๆ
เป็นถั่วทองมาบดผสมแป้งกับเครื่องเทศ แล้วเอาไปทอด จิ้มกับน้ำจิ้มคล้ายๆน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ
เรียกว่า "บาเยียร์" ครับ
อาหารยอดนิยมของคนแขก+ฮินดู
เพราะเป็นมังสวิรัติ แถวพาหุรัดกับโบ๊เบ๊
มีรถเข็นขายอยู่ ซื้อกินประจำถ้าผ่านแถวนั้นครับ
รสชาดถ้ากินเปล่าๆจะจืดๆ แต่ถ้าจิ้มน้ำจิ้มก็อร่อยเด็ดเลยครับ
เพราะมันเข้ากันได้ดีจริงๆ

#44 By shura ซัง on 2008-07-07 11:12

โอ๊ย ไล่เบอร์นาดไปแล้วเค้าจะไปขายที่ไหนละเนี่ย
เราอยู่ที่นั่นก็เจอตลอด ผ่านหน้าคณะก็จะต้องโดนเรียกทุกที

บางทีก็รำคาญ บางทีก็ซื้อ แต่นั่นมันก็เป็นส่วนหนึ่งของท่าพระจันทร์นะ

แล้ผู้บริหารคนใหม่นี่ใครวะ เคยลงมาดูอะไรบ้างมั้ยเนี่ย คิดแต่โครงการในห้องประชุม ไม่ได้เรื่องได้ราว

#45 By MANA Cross on 2008-07-07 11:33

กำลังอ่านเรื่องแรกเพลินๆอยู่ๆก็มาชน KFC OTZ

#46 By -----ROGER----- on 2008-07-07 12:30

วันนี้ไปอ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจมา

อ่านผ่านๆ มีเรื่องเกี่ยวกับเบอร์นาร์ดด้วย แล้วก็เห็นบทความคุ้นๆว่าเหมือนกับใน blog นี้เลย
ก็เลยคิดว่า จะลอกข้อความมารึเปล่าเนี่ย

แต่ในคอลัมน์นั้นมีเขียนถึง url ของ blog นี้ด้วย ก็เลยค่อยยังชั่ว ที่ให้เครดิตกัน confused smile

#47 By art (198.17.70.8) on 2008-07-07 13:07

ฉันรักธรรมศาสตร์ แต่จริงๆธรรมศาสตร์ไม่ได้สอนให้ฉันรักประชาชนเท่าไหร่หรอกนะ

ฉันรักเวลาดีๆที่นั่นตะหาก

#48 By ongki on 2008-07-07 13:43

เมนูใหม่ของKFC น่ากินดีครับ

open-mounthed smile

#49 By Bighead on 2008-07-07 13:49

หลากหลายๆมากมายแต่อ่านลุงขายถั่วแล้วหดหู่ไปเลย

#50 By nonworld on 2008-07-07 16:08