ผู้รอดชีวิตจากสงครามแมกซิกันบัน : Mr Bun กับรูปแบบแนวร้าน
posted on 07 Jun 2009 22:59 by dunbine in Food
จำได้ไหม เมื่อหลายปีมาแล้ว
เราพบกับสงครามแมกซิกันบัน
จุดเริ่มต้นมาจาก โรติบอย (Rotiboy) ชิ้นละ 25 บาท ซึ่งสร้างกระแสในตอนนั้นคือ
1. ต่อคิวยาวมาก
2. ใช้เวลาต่อคิวมาก
3. กลิ่นกาแฟที่คุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
4. โรติบอยผี (คือซื้อมาขายต่อ)
5. fwd mail เรื่องโทษของโรติบอย
ต่อมา ก็มีเจ้าใหม่ๆที่มาแข่งกับโรติบอยโดยเฉพาะ อาทิเช่น
1. PAPA ROTI เอาพ่อมาข่มซะเลย
2. Mr Bun มาพร้อมชิ้นเล็กกว่า และถูกกว่า (10 บาท)
3. Maxi Bun มีรสหลากหลายขึ้น
และอื่นๆ
แม้กระทั่งพวกยามาซากิ หรือเจ้่าอื่นๆ ที่เคยทำแมกซิกันบันมาแล้ว ก็ต้องส่งเสริมการขาย และเร่งผลิตอย่างมาก
เวลาผ่านไป โรติบอยคนต่อคิวน้อยลง
แล้วต่อมา ก็ไม่มีการต่อคิวเลย เกิดของเหลือ ทำให้ไม่้ร้อน ไม่อร่อย
แม้ว่าจะมีการขายผลิตภัณท์อื่นของโรติบอยมา แต่ก็ไม่สามารถฟื้นฟูกระแสอีกต่อไป
สุดท้าย ร้่านโรติบอยก็หายไปหมดเกลี้ยง
-------------------------------------------------------------
MR Bun คือยี่ห้อที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน
โดยคนให้ข้อสังเกตว่า ที่อยู่รอด เพราะมันถูกกว่า ชิ้นเล็กทานง่าย แล้วก็มีขนมแบบอื่นๆให้เลือกด้วย (เช่นพวกพาย พวกขนมปังหน้าใหม่ๆ รวมถึงพวกพัฟ)
จนปัจจุบัน Mr Bun ได้มีการพัฒนา กลายเป็นร้านแนวๆเดินคีบไปทานที่โต๊ะ
ตัวอย่างมาจาก เซนทรัลปิ่นเกล้า
เค้าเตอร์ มีเป็นอาหารชุดด้วยนะ
เมนูต่างๆ มีให้เลือกมากมาย ไม่ใช่แค่แมกซิกันบันเท่านั้น
โต๊ะที่นั่ง
น้ำเปล่าเติมได้เรื่อยๆ
ขวากลางคือแมกซิกันบัน รสกาแฟ ขวาบนคือครัวซองเนยสด ซ้ายบนคือคอรนชีสสติ๊ก ซ้ายล่างคือพัฟลูกเกต (ลืมชื่อหงะ) แล้วขวาล่างคือขนมปังหน้าชีส (แต่เป็นชีสแนวเปรี้ยวนะ)
อีกรอบ
แต่ละชิ้นจะตกช่วง 5-25 บาท ซึ่งก็เป็นของกินจุกจิกได้ดี ยามไม่รู้จะกินอะไร
ถือว่าเป็นการพัฒนาที่ดีอย่างนึง
ปล. ข้อเสียคือ การที่วางไว้นานๆ จะทำให้ไม่อร่อย เพราะมันไม่ร้อน ดังนั้น เวลาคีบก็เลือกดูชิ้นที่ร้อนๆ เจ๋งๆหละกัน
ข้อเสียอีกอย่างคือ พวกนี้มีแคลอรี่ค่อนข้างเยอะ ดังนั้นกินแต่พอประมาณนะ *-*
----------------------------------------------------------------------
ของแถม
ถามทุกคนที่เข้ามา
ใครเคยต่อคิวโรติบอย ยกมือขึ้น *-*/ แล้วมาบอกด้วยว่ารู้สึกยังไง ทำไมต้องไปต่อคิว *-*
นะเราว่า!

เพราะรอให้พี่ด้วงซื้อให้กิน ^^
#1 By katoon on 2009-06-07 23:11