นานๆ ที มีคนเชิญไปร่วมงานอาหารครับ (แป่ว)  
 
 
 
ล่าสุดเมื่อ 30 มิถุนายน 2558 ทาง CP ได้เชิญทางผมให้ไปร่วมงานของ CP Kurobuta ครับ  
 
งานหลักๆ คือเป็นงานเพื่อให้สื่อและพวกร้านอาหารได้รู้จักผลิตภัณฑ์ และได้ลองชิมอาหารจากเชฟญี่ปุ่น Sawada Satoshi ด้วย ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีในการได้ลองอาหารจากเชฟจากญี่ปุ่นท่านนี้  
 
ไปดูกัน  
 
 
 
 
 
ทางเข้างาน  
 
 
 
มีของกินให้ลองกินรองท้องด้วย ก็ทำจาก kurobuta แหละ  
 
 
 
เบอร์เกอร์นี้อร่อยดี  
 
 
 
ป้ายงาน ผมก็ได้ไปถ่ายภาพกับเค้าด้วย  
 
(ปล.ไม่ชินมากๆ คนอื่นเป็นแนวคนดัง ผู้บริหาร ส่วนผมเป็นใครก็ไม่รู้ไปถ่ายกับเค้าด้วย -.-)  
 
 
 
งานบนเวทีหละ  
 
ระหว่างรอ ก็ออกไปเดินหน้างานนิดหน่อย  
 
 
 
มีปรุงเมนูจาก Kurobuta สดๆ เลย  
 
 
 
ดูน่ากินดี  
 
 
 
เค้าใช้Kurobuta แนวปรุงสำเร็จมาทำอาหารครับ ก็ดูทำง่ายดี ไม่ยุ่งยาก  
 
 
 
หมูส่วนต่างๆ เอามาให้ดู และสอบถามรายละเอียดต่างๆ  
 
 
 
ชิ้นส่วนต่างๆของหมู ซึ่งแต่ละส่วนก็มีคุณสมบัติและรสชาติแตกต่างกัน  
 
 
 
ที่มาของ Kurobuta  
 
 
 
คุณสมบัติของตัวหมู  
 
 
 
อันนี้อาหารจากทางเชฟหน้างานครับ  
 
แต่ยังไม่ทันกิน สตาฟเรียกผมเข้างานแล้ว เพราะงานเริ่มแล้ว อดเบย  
 
 
 
เริ่มงานหละ  
 
 
 
สัมภาษณ์ทางผู้บริหารของ CP  
 
 
 
ฉายโฆษณา kurobuta และแนะนำเชฟ Sawada Satoshi ด้วย  
 
 
 
โฆษณาเห็นแล้วหิวเลย ..  
 
 
 
ก่อนเข้างานอย่างเป็นทางการ ก็มีการแสดงร้องเพลงจากคุณรัดเกล้า อามระดิษ (หลายคนจำบท อีแย้ม ได้)  
 
 
 
 
 
 
 
เตรียมพร้อมลองหละ  
 
ปล. มีป้ายชื่อแบบนี้ เขินเบย  
 
 
 
มีไวน์ให้ดื่มระหว่างชิมด้วย  
 
ทั้งนี้ เมนูแนวหมู จะเหมาะกับไวน์แดงมากกว่าครับ  
 
 
 
เชฟ Satoshi Sawada มาหละ ก็พอฟังและพูดไทยได้บ้าง  
 
เชฟก็บอกเกี่ยวกับข้อดีของ Kurobuta และสไตล์อาหารที่ทางเชฟจะทำให้กินกัน  
 
หลังจากแนะนำผลิตภัณฑ์แล้วก็ได้เวลาชิมหละ  
 
 
 
พนักงานมาเสริฟโดยพร้อมเพรียงกัน  
 
 
 
ผมก็จะไล่รีวิวไปทีละเมนูครับ  
 
 
 
 
 
 
 
เมนูแรกที่ผมลองกินจากฝีมือเชฟ Sawada Satoshi คือ CP Kurobuta Terrine Jelly เป็นซุปเยลลี่ที่นำซุปมาเคี่ยวจนเป็นคอลาเจน ผสมกับหมูสันคอหั่นเต๋า ด้านบนเป็นสันในฉีก พร้อมคาเวียร์และดอกไม้กินได้ เป็นอาหารเย็นๆ ตัวเยลลี่รสหวานซุปหมู มีความเค็มจากโชยุและเผ็ดวาซาบิเล็กน้อย ให้ความสดชื่นดี ตัวหมูหั่นเต๋าก็นุ่มดี หมูฝอยด้านบนกินเพลินๆได้ โดยรวมโอเค ปล ผมว่าวาซาบิกับโชยุ เมื่อกินกับอาหารเย็นๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนกินซาชามิ ก็น่าสนใจดีนะ  
 
 
 
 
 
เมนูสอง มาแบบปิดฝาก่อน แล้วเปิดลุ้นกัน  
 
 
 
ไข่ตุ๋นแนวญี่ปุ่นนั่นเอง  
 
 
 
เมนูที่สองที่ผมได้ลองกินจากฝีมือเชฟ Sawada Satoshi คือCP Kurobuta Chawanmushi คือไข่ตุ๋นญี่ปุ่นนั่นเอง โดยด้านบนใช้หมูสามชั้นต้มซีอิ้ว ไข่มีผสมกับผิวเลมอน ด้านบนมีเห็ดทรัฟเฟิลและใบมิซูนา หมูสามชั้นมัการต้มที่นาน ทำให้มันน้อย และรุ่ม และ ตัวไข่ตุ๋นมีรสและกลิ่นมะนาวเล็กน้อย ทำให้ไม่เลี่ยน ตัวเห็ดทรัฟเฟิลไม่ค่อยได้กลิ่นเท่าไร โดยรวมเมนูนี้อร่อยดี เพราะการใส่มะนาวในไข่ตุ๋น ผมเลยรู้สึกดีครับ รสมะนาวกลบเลี่ยนและ หอมมะนาว แต่เห็ดทรัฟเฟิลผมว่าเปลี่ยนเป็นเห็ดแนวญี่ปุ่นน่าจะเหมาะกว่านะ  
 
 
 
เมนูที่สามที่ผมลองกินจากฝีมือเชฟ Sawada Satoshi คือ CP Kurobuta Fresh Spring Roll with Sweet Soy Souce หรือเป็นปอเปี๊ยะสดนั่นเอง เป็นปอเปี๊ยะสดไส้เป็นหมูส่วนสะโพก(แฮม) มารมควัน พร้อมเนื้อปู อะโวกาโด ต้นหอมญี่ปุ่น และมิ้นต์ พร้อมซอสหวาน สะโพกนุ่มและเด้งดี หอมกลิ่นรมควัน มีกลิ่นมิ้นท์ สร้างความสดชื่น ด้านบนเป็นต้นหอมซอยทอด โดยรวมหวานกลมกล่อม สดชื่น กินเย็นๆ สดชื่นดี แต่ตัวหมูรมควันเอง เลยทำให้ออกรสเค็มขึ้นชัดอยู่  
 
 
 
เมนูจานสี่เป็น Main Dish ทางเชฟก็ทำการแสดงการทำอาหารให้ได้เห็นเลยครับ  
 
กลิ่นหอมของอาหารเต็มห้องเลย  
 
ปล. ผมกลัวว่ากลิ่น/ควันที่ทำอาหาร จะทำให้สัญญาณเตือนไฟไหม้ดังจัง ...  
 
 
 
หลังจากสาธิตการทำแล้วทุกคนก็ได้ลองชิมกัน  
 
 
 
 
 
เมนูที่สี่ที่ผมลองกินจากฝีมือเชฟ Sawada Satoshi คือ CP Kurobuta HOOBAYASHI เป็นหมูสันนอกเอามาย่าง หั่นเป็นลูกเต๋า พร้อมซอสมิโซะบาบีคิว วางบนใบโฮบะ นอกจากนี้พวกเครื่องเคียงก็มีเห็ดชิเมจิ แปะก๊วย พริกญี่ปุ่น และมันบดกลิ่นส้มยูสุ
 
 
 
 
ตัวเนื้อหมูเป็นสันนอก จึงออกแนวเนื้อแน่น ไม่นิ่มเท่าไร มิโซะรสไม่เข้มนัก เครื่องเคียงกินช่วยแก้เลี่ยนได้ มันบดหอมส้ม น่าสนใจดี โดยรวม ผมว่าเมนูนี้น่าจะใช้ส่วนสันในจะฟินกว่านี้ ส่วนมิโซะถ้าเข้มขึ้นก็ดี (วิธีหนึ่งคือการเผาใบโฮบะพร้อมกับหมูและมิโซะ จะทำให้เข้มขึ้น แต่ทางโรงแรมอาจไม่ให้ทำแบบนี้แหง)  
 
 
 
 
 
เมนูสุดท้ายจากฝีมือเชฟ Sawada Satoshi ไม่ใช่เมนูหมูครับ มันคือเมนูของหวาน Mandarin Jelly คือเยลลี่สม เสริฟพร้อมชาเขียวและกานาช ตัวเยลลี่ส้ม ไม่เปรี้ยวเกินไป หวานกลางๆ มีเค้กชาเขียวใส่มา จึงมีการผสมกันระหว่างของหวานแนวซอร์เบท กับแนวนมเนย โดยรวมผมว่าน่าจะทำซอร์เบทก็ซอร์เบทเลย นมเนยก็นมเนยเลย อาจดีกว่า (ส่วนตัวผมชอบซอร์เบทนะ ล้างปากได้ดี)  
 
 
 
กาแฟปิดท้ายสักนิด  
 
 
 
จบงานหละ  
 
 
 
ขอบคุณทาง CP และเชฟในงาน ที่เชิญผมมาร่วมชิม และได้ร่วมงานนี้ครับ  
 
 
 
Comment ส่วนตัว
 
 
CP Kurobuta มีความนุ่มมากกว่าหมูทั่วไปชัดเจน และรสชาติก็ออกแนวหวานนิดๆ ถ้าเทียบกับราคาที่สูงกว่าหมูทั่วไปแล้ว ก็ถือว่าคุ้มอยู่นะ  
 
ทั้งนี้ส่วนของหมู และการประกอบอาหารที่ต่างกัน รสก็ต่างกันด้วย เช่นสันในจะนุ่มแบบไม่มีมัน สันคอจะนุ่มแบบมีมัน การทำอาหารโดยใช้ไฟแรงไป หมูอาจหมดความฉ่ำและไม่นุ่มก็ได้ ดังนั้นผมว่าถ้าจะซื้อมาประกอบอาหารจริง ก็ต้องศึกษาวิธิการทำอาหารที่เหมาะสม เพื่อดึงจุดเด่นของ Kurobuta ออกมาให้มากที่สุดครับ  
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet