ผมไปลองร้านอาหารที่เปิดใหม่ล่าสุดมาครับ โดยร้านนี้เปิดได้ราวสองเดือนที่ผ่านมาเอง  
 
ร้านนี้ตั้งอยู่ในโซน Groove ภายใน CTW ซึ่งโซนนี้คนจะรู้จักกันในฐานะโซนที่มีร้านอาหารที่เน้นความบันเทิงยามค่ำคืน (แนวบาร์ บิสโทร เป็นหลัก)  
 
ร้านนี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแนว Izakaya ครับ (แนวกินดื่มแอลกอฮอล) แต่ก็ประยุกต์ให้เป็นแนวร่วมสมัย  
 
ร้านนี้ชื่อว่า Hiyaku อยู่ที่ชั้น 2 โซน Groove ณ Central Word Plaza ครับ  
 
ไปดูกัน  
 
 
 
ผมมาทานช่วงกลางวันครับ ซึ่งช่วงกลางวัน ร้านก็เปิดขายอาหารเช่นกัน  
 
ร้านนี้เปิดตามเวลาห้าง Central World เลยครับ ปิดก็ดึกเลย  
 
 
 
ป้ายหน้าร้าน  
 
 
 
ช่วงนี้ก็มีโปรโมชั่นลดราคากันด้วยนะ  
 
 
 
และมีชุดอาหารกลางวัน้วย ราคาถือว่าคุ้มดีเหมือนกัน  
 
 
 
บรรยากาศทั่วไป  ถือว่าร้านนี้จัดร้านได้ดีเลย
 
 
 
 
 
 
 
เครื่องปรุงพร้อม  
 
โชยุของร้านนี้ปรุงรสเป็นเอกลักษณ์ดี ไม่เค็มจนเกิน หอมดี  
 
 
 
 
 
 
 
ชาเขียวเย็น พร้อม  
 
 
 
ได้มีโอกาสคุยกับเชฟของร้านด้วยครับ โดยเชฟร้านนี้เคยทำงานที่ต่างประเทศเลยทีเดียว  
 
หลักๆ อาหารก็จะเน้นทั้งวัตถุดิบ การทำ การจัดอาหาร โดยให้ความใส่ใจกับอาหารทุกจาน  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปลาดิบของร้านจะไม่ใส่ในตู้แช่กระจกโชว์ แต่จะใส่ในกระบะไม้ และมีฝาครอบ แล้วแช่เย็น จะได้ความสดที่ดีกว่า  
 
 
 
เมนูแรกมาแล้วครับ Galaxy Maki (350 บาท)  
 
เมนูนี้ผมกับเพื่อนกินแล้วชอบครับ โดยเฉพาะที่โรยอยู่รอบๆ มากิ มีทั้งเม็ดมะม่วง ถั่วอื่นๆ ไข่กุ้ง อร่อยดีครับ เข้ากับตัวมากิได้อย่างดี  
 
 
 
 
 
สลัดปูนิ่มทอด (340 บาท) ทางร้านจะเสริฟแยกน้ำสลัด โดยมีเหตุผลว่า หลายร้านชอบราดชุ่มจนเกินไป โดยแต่ละคนชอบกินสลัดต่างกัน บางคนชอบชุ่ม บางคนไม่ชอบ ทั้งนี้สามารถขอน้ำสลัดเพิ่มได้  
 
ตัวผักจะเน้นพวกกรีนโอค เรดโอค น้ำสลัด เป็นน้ำสลัดที่ผสมมัสตาร์ด แอปเปิ้ล โชยุ น้ำส้ม เปรี้ยวหวานเค็มเข้ากัน  
 
 
 
สั่งซูชิครับ  
 
 
 
ซูชิหลักๆ เช่น ซูชิแซลม่อนคำละ 100 บาท ซูชิปลาฮามาจิคำละ 120 บาท ซูชิปลามาไดคำละ 190 บาท ซูชิอากามิคำละ 120 บาท ซูชิท้องปลาแซลมอนคำละ 120 บาท เป็นต้น  
 
 
 
ที่ผมชอบ จะเป็นปลามาได และท้องแซลม่อนครับ นอกนั้นเฉยๆ  
 
 
 
เมนูต่อไปเป็นเอนกาวะครับ แน่นอนว่าต้องลนไฟสักหน่อย เพื่อให้น้ำมันในปลาออกมาเต็มเปี่ยม  
 
 
 
ได้มาหละ เอนกาวะ  
 
 
 
อันนี้จะเป็นราดซอสหวาน อันนี้ก็หวานเป็นหลัก  
 
 
 
ส่วนอันนี้แบบปกติ ซึ่งผมได้ขอปอนสึมากิน ก็เข้ากันอย่างดีมาก  
 
ปล. เอนกาวะจะหนึบและมันมาก จึงเหมาะกับการกินซอสเปรี้ยวๆ อย่างปอนสึ  
 
 
 
มาต่อด้วยชุดเสียบไม้ย่างต่างๆ  
 
 
 
หลักๆ ก็จะเป็นเนื้อ หมู ไก่  
 
โดยรวมผมว่าเนื้ออร่อยกว่าครับ โดยเฉพาะพวกลิ้นวัว  
 
ราคาเริ่มต้นที่ไม้ละ 80 บาท  
 
 
 
เครื่องใน  
 
 
 
เบคอนพันเห็ดเข็มทอง  
 
โดยรวมก็ถือว่าหมักเกลือได้ดี เหมาะกับกินแกล้มเหล้าดี แต่ควรกินตอนร้อนๆ นะครับ  
 
 
 
มาต่อด้วยกับแกล้มต่างๆ ไว้กินเล่น  
 
 
 
Shirao Karaaga (ปลาเงินทอดกรอบ) 230 บาท  
 
เมนูนี้อร่อยมากครับ เป็นปลาทอด และมีโรยใบชิโสะด้วย กินเพลินมาก เหมาะกับกินกับพวกแอลกอฮอล์ได้เลย  
 
 
 
Kitsu Honne (ก้างปลาทรายทอด) 150 บาท อันนี้ก็เหมาะกับการกินเป็นกับแกล้มเช่นกัน กินเพลินดีมาก  
 
 
 
อันนี้ Hiyaku Carpacio (450 บาท) เป็นปลาเก๋ากับปลาแซลม่อน มาทำแบบคาปาชิโอ  
 
 
 
ราดซอสลงไป รสจะออกเปรี้ยวๆ  
 
ปลาสดดีครับ อร่อยดี อันนี้  
 
 
 
ข้าวกระเทียมร้านนี้น่าสนใจดี ผัดกับใบชิโสะด้วย ทำให้มีกลิ่นหอม ทานง่าย  
 
 
 
ปิดด้วยของหวานครับ อันนี้คือ ไอศกรีมคาราเมลลาเต้ (59 บาท) หอมอร่อยดี  
 
 
 
ไอศกรีมช็อกโกแลตคาราเมลบานานา (59 บาท) เค้าใส่กล้วยทั้งชิ้นไปด้วย กินแล้วกล้วยเป็นกล้วยเลย  
 
 
 
ไอศกรีมร้านนี้ กินปิดมื้อได้ดีเลย รสชาติดี  
 
 
 
ช็อกโกแลตลาวา (155 บาท) มาพร้อมไอศกรีมชาเขียว อันนี้เฉยๆ  
 
 
 
ปิดท้ายด้วยภาพบรรยากาศร้านช่วงค่ำ  
 
 
 
ช่วงค่ำจะสวยดี  
 
 
 
ภายในร้าน  
 
ช่วงกลางคืนจะมีการเปิดเพลงด้วย และเป็น 1 ในร้านที่เหมาะกับมาสังสรรช่วงเย็นดี  
 
โดยรวมผมว่าที่นี่อาหารอร่อยดี ปลาสด เมนูมีทั้งทั่วไป (เช่นซูชิ) กับเมนูแนวแปลกๆ ให้ลองกัน  
 
ราคาถือว่าสูงอยู่ (มี VAT 7% ด้วย) ซึ่งก็ถือว่าปกติในร้านสไตล์แบบนี้ และเปิดในย่าน Groove ด้วย  
 
 
 
หลังเลิกงาน หากจะหาร้านที่กินเพื่อพูดคุย สังสรร นัดพบ ผมว่าร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ดี  
 
 
 

 
ดู H.E.A.T. Point. ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet