PiN

Pilgrim in Nippon (PiN) DAY03/EP01 : Success Morning

posted on 13 Mar 2012 20:45 by dunbine in PiN directory Food, Travel, Diary

 

สามารถติดต่อได้ที่

Website: http://www.kishidunbine.com


Blog: http://dunbine.exteen.com
Blog: http://dunbine.bloggang.com


Email: kishidunbine(at)hotmail.com


Twitter: http://twitter.com/dunbine



Facebook:  http://www.facebook.com/Dunbine.H.E.A.T

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 
 

 

ช่วงเย็นผมกับนาย G ได้ไปที่ Akihabara เป็นครั้งที่ 2 และได้พบกับนาย B ซึ่งเจอกันที่ร้านขายการ์ดเกม ที่มีคนนั่งเล่นจำนวนมาก ซึ่งต่างจากแถวๆ ทางเข้าและทางก่อนขึ้นลิฟท์ที่ดูมืด และลึกลับมาก จากนั้นผมก็ไปทานข้าวหน้าหมู Sutadon ที่ให้ปริมาณคุ้มราคา เสร็จแล้วจึงตระเวณหาของมือสองในย่านนั้น แล้วก็กลับมายังที่พักของนาย G และหลับไป จบวันแรกของการมาญี่ปุ่น
 
 
ต่อมาช่วงเช้าตรู่ ก็ได้เวลาลุยเดี่ยวหละ!
 
 
 
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

เข้าสู่วันที่ 2 ของการมาเที่ยวญี่ปุ่นหละ 

 

 ขอเริ่มการรีวิว ณ บัดนาว

 

 

 บล็อก Taito (台東)

 

 

เช้าวันที่ 2 ผมตื่นมาประมาณหกเจ็ดโมงเช้า

 

แต่ก่อนอื่นขอเล่าเหตุการณ์ตอนกลางคืนก่อน

 

 

- ช่วงกลางคืนตอนนอน อุณหภูมิลดต่ำมาก น่าจะเหลือสัก 2 องศา

- แม้ห้องของนาย G จะมีฮีทเตอร์ แต่ก็ช่วยได้ไม่หมด

- แม้จะมีฮีทเตอร์พกพา ก็ช่วยได้นิดนึง

- และที่สำคัญ คือผมไม่ได้พกผ้าห่มมา แล้วนาย G มีผ้าห่มผืนเดียว (เพราะปกตินาย G อยู่หอคนเดียว)

 

ดังนั้นการนอนคืนนั้นถือว่าเป็นการนอนที่ค่อนข้างทรมานจากความหนาวมาก เพราะแม้ว่าจะมีเสื้อกันหนาวสามสี่ชั้น แต่ก็ไม่ช่วยอะไรมาก เพราะความเย็นมันทะลุเสื้อเลย ..

 

ทานเดินหายใจเลยแย่รุนแรง ดังนั้นช่วงตอนนอนเลยหายใจขัดตลอด ก็เลยเป็นดังภาพปิดท้ายของตอนที่แล้ว -A-

 

 

ซึ่งกะว่าช่วงเช้าผมจะเดินลุยตามสถานที่ๆอยากไป แล้วค่อยนัดนาย G ช่วงสายๆ

 

(และเดาว่านาย G คงนอนไม่หลับทั้งคืนแหง *-*)

 

ซึ่งผมก็ถามและศึกษาเส้นทางการไปจากนาย G เป็นอย่างดี ทั้งปักหมุดใน google map ทั้งจดจำชื่อสถานี จำเส้นทาง และอื่นๆ

 

 

 

และวันนี้แหละ ที่พร้อมจะลุย ตลาดปลา Tsukiji อีกรอบ!

 

 

ก่อนถึงผมต้องไปสถานีรถไฟใต้ดินสถานี Shin-Okachimachi ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือให้ได้

 

 

  เดินท่ามกลางอากาศตอนเช้า ซึ่งก็ยังหนาวมากอยู่ เพราะแดดยังไม่มาก

 

 

  สภาพบริเวณนี้ก็เงียบสงบ ร้านค้าบางร้านก็ยังไม่เปิด

 

 

  ระหว่างเดินก็ต้องผ่านย่านการค้าที่ชื่อ "Satake" 

 

แต่ย่านนี้ขนาดช่วงเย็น คนก็ยังไม่คึกคักกันเลยครับ มีร้านค้าเปิดไม่มาก และร้านส่วนใหญ่จะเป็นเกาหลีซะด้วย เช่นพวกเนื้อย่างเกาหลี

 

ดังนั้นตอนเช้า ก็แทบจะร้างเปลี่ยวเลย 

 

 

  ถ่ายมาอีกมุมนึง 

 

 

  สภาพบ้านเรือนยามเช้า คนไม่เยอะไม่พลุกพล่านเท่าไร

 

 

  รอข้ามถนน

 

(ปล. .......... ไอ้้ร้านในภาพนั่น คือร้าน สุคิยะ (Sukiya) ที่ผมแทบไม่ได้สังเกตเลย และพึ่งรู้ไม่นานด้วยว่ามันมาเปิดในไทยด้วย... เสียดาย เลยไม่ได้ลองรสชาติของญี่ปุ่นเลย)

 

 

  เดินเรื่อยๆ กลางอากาศหนาว ก็ให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ

 

อ้อ อากาศก็สูดลมหายใจได้เต็มๆ เพราะรถน้อยมากเลย

 

 

 

 

 

 

  มาถึงแยกนี้หละ

 

ตามที่จำความได้ ถึงแยกนี้ก็ต้องเลี้ยวซ้ายจะเจอสถานี

 

 

  เจอสถานีแล้ว

 

 

 

 

ถึงสถานีรถไฟใต้ดินหละ 

.........

........

 

 

 

 

 

 

 

 

.

.

.

.

..

 

 

 

.

...........

 

............

 

 

ทำไมชื่อสถานีไม่คุ้นเลยฟะ ..................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ด้วยลางบางอย่าง ผมเลยเปิด google map ...................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และพบว่า เดินเลยสถานีที่จะไปมาแหล้ววววววววววววววววว!!!!!!

 

 

 

ซึ่งตอนนั้นผมอยู่ที่

 

 

สถานที่ : inarichō station (稲荷町駅/inarichō-eki)

ตำแหน่ง Latitude ที่ 35.711361,139.782636

แผนที่ : http://g.co/maps/4zh33

 

 

 

จากแผนที่จะเห็นว่า ผมเดินเลยมาบล็อกนึงเลย

 

 

สงสัยเดินชิวเกินไป............... -A-

 

 

 

ก็เลยต้องรีบเดินกลับ... = =

 

 

 

 

 

สถานที่ : shinokachimachi station (新御徒町駅/shin-okachimachi-eki)

ตำแหน่ง Latitude ที่ 35.70704,139.781628

แผนที่ : http://g.co/maps/g38su

 

 

 

  รีบเดินลงไปหละ (ด้วยความเสียฟอร์ม)

 

 

  สถานีนี้เป็นแบบแบ่งฟากซ้ายขวา ดังนั้นยืนให้ถูกฟากนะ 

 

สังเกตได้จากป้ายของฟากนั้นจะบอกเลยว่า ไปสถานีอะไรถัดไป ซึ่งแน่นอน ควรติดแผนที่รถไฟไปด้วย

 

อ้อ แต่ละสถานีจะมีรหัสของสถานี เพื่อให้ไม่หลง อย่างเช่นสถานีนี้ จะเป็นรหัส E10 ครับ

 

 

  บรรยากาศช่วงเช้า คนยังไม่มีเท่าไร ประกอบกับเป็นวันอาทิตย์ด้วย

 

 

  ภายในสถานีมีฮีทเตอร์ ดังนั้นก็รู้สึกอุ่นไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

 

เส้นทางการเดินทาง


โดย Toei Subway (都営地下鉄/Toei chikatetsu)
 

เส้นทาง The Toei Ōedo Line (都営地下鉄大江戸線/Toei Chikatetsu Ōedo-sen)
 

จาก shinokachimachi station (新御徒町駅/Shin-okachimachi-eki)  ( E10)
 

ไปยัง Tsukijishijō Station (築地市場駅/Tsukijishijō-eki) (E18) 

ค่าเดินทาง 210 Yen

 

 

 

  ในรถไฟคนขึ้นค่อนข้างน้อย และส่วนใหญ่ขึ้นมาหลับกัน ..............

 

นั่งเรื่อยๆ ชิวๆ ก็ถึงเป้าหมายหละ

 

 

สถานที่ : Tsukijishijō Station (築地市場駅/Tsukijishijō-eki)

ตำแหน่ง Latitude ที่ 35.664889,139.766918

แผนที่ : http://g.co/maps/59fzt

 

 

หลังจากออกจากชานชลาแล้ว ถ้าจะไปตลาดปลา ต้องไปทางออก A1 นะครับ

 

แต่ทางออกนี้ก็ัสังเกตไม่ยาก เพราะ

1. เป็นทางออกที่คนเดินออกเยอะ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว

2. เป็นเส้นทางยาว

3. มีโฆษณาร้านขายปลา ร้านซูชิ ติดตลอดทาง

4. จะได้กลิ่นทะเล และความเย็นจากภายนอกมาเรื่อยๆ

 

 

  ออกมาข้างนอก ก็พบกับอากาศหนาว แสงแดด ผู้คน และตึก

 

 

  เป็นย่านที่คึกคักเลยทีเดียว มีรถราให้เห็นมากมาย

 

ปล. มีรถของร้าน Sushi Sanmai ซึ่งเป็นร้านขายซูชิจานเวียนที่มีสาขาที่ Yodobashi Camera ซึ่งราคมไ่แพง แต่นาย G บอกว่าไม่อร่อยเท่าไร ...

 

 

  บริเวณทางเดินข้างๆ

 

 

จากสถานี เลี้ยวซ้าย เดินมาสักพัก ก็ถึงสถานที่ๆ เป็นเป้าหมายหละ

 

 

Tokyo Metropolitan Central Wholesale Market (東京都中央卸売市場/Tōkyō-to Chūō Oroshiuri Shijō)

หรือ Tsukiji Market (築地市場/Tsukiji shijō)

 

 

  หน้าทางเข้า ซึ่งเป็นอาคารจอดรถของตลาด

 

 

  แน่นอนว่า นักท่องเที่ยวแถวนี้มีเยอะมาก เราก็เดินตามนักท่องเที่ยวไปเลย รับรองไม่หลง

 

 

  แถวๆนี้ก็มีร้านขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับปลา และพวกซูชิ เช่นพวกวาซาบิ มีด ที่ทำมากิ กล่องโฟม และอื่นๆ

 

 

  มาแถวนี้ก็เป็นบริเวณทางเดินระหว่างตลาดปลา กับที่ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับปลา

 

 

  บริเวณตลาด

 

แน่นอนว่า รถขนปลายังขับรถแว้นเช่นเคย หวาดเสียวมาก

 

 

  แวะมาดูโซนขายซูชิที่ผมเคยมาทานกับเพื่อนรอบก่อน พบว่าคนก็เยอะ และต่อคิวเช่นเคย

 

 

สังเกตว่า ร้านไหนที่คนเยอะ ก็จะต่อคิวกันเยอะมาก

 

ร้านไหนคนไม่มี ก็จะไม่มีเลย ช่างน่าสงสาร 

 

บางร้านขายพวกไม่ใช่ซูชิ เช่นพวกข้าวหน้าต่างๆ ยังต้องมีป้ายบอกว่า ร้านนี้ไม่ขายซูชิ สงสัยคนหลงผิดมาบ่อยแหง

 

 

 

 

 

แต่รอบนี้ผมไม่ได้จะมาทานซูชิหรอก .....

 

เนื่องจากรอบที่แล้วเคยลองแล้ว ประกอบกับได้ยินว่าซูชินอกตลาดก็สดและราคาไม่แพงเหมือนกัน

 

(และผมมาคนเดียว เลยสั่งไม่เป็น....)

 

 

ดังนั้นสิ่งที่ผมมาลุย ก็คือถนนข้างๆ ตลาดปลานั่นเอง!

 

 

 

 

  ถนนนี้แหละ

 

 

  เป็นถนนที่มีคนพลุกพล่านมาก ของขายส่วนใหญ่มักไม่ใช่พวกปลาดิบ ซูชิ แต่เป็นพวกของกินต่างๆมากมาย เรียกว่าเป็นตลาดอาหารเลยก็ว่าได้

 

 

และแน่นอน สิ่งที่ผมติดค้างจากตอนมาครั้งแรก คือผมไม่ได้มาลองทานไข่หวานย่างสดๆเลย!

 

 

ไข่หวานย่าง (Tamago-yaki / 卵焼き) บริเวณตลาดปลาสึคิจินี้ เค้าทำกันสดๆ และทำกันเป็นโรงงานเลยทีเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเล็งตั้งแต่ก่อนมาญี่ปุ่นแล้ว ว่าจะมาลองให้ได้

 

ซึ่งบริเวณนี้ก็มีร้านไข่หวานย่างดังๆ สองสามร้าน (หรือมากกว่านั้น)

 

ผมก็เข้าไปร้านที่ต่อคิวเยอะๆ ก่อนแหละ

 

 

สถานที่ : Marutake (丸武)

ตำแหน่ง Latitude ที่ 35.665107,139.77007

แผนที่ http://g.co/maps/tuar9

 

 

 

 

  ร้านนี้คนต่อคิวพอควร ด้านในเห็นพ่อครัวทำไข่หวานย่างกันเป็นระวิง

 

 

  มีหลายแบบให้เลือก ซึ่งล้วนแล้วเป็นแบบ Take home (เอากลับบ้าน)

 

 

  ผมซื้อไข่หวานย่างแบบต้นหอมไป (550 เยน) ยังอุ่นๆเลย

 

 

  คุณลุงใส่แว่นนี่ดูเป็นสัญลักษณ์ของร้านเลย.......................

 

 

แต่ก็แอบเศร้านิดๆ ที่ร้านไม่มีแบบเดินกินได้ทันที .... 

 

 

 

แล้วผมก็ไปร้านต่อไป ซึ่งก็มีต่อคิวเยอะเช่นกัน

 

 

 

สถานที่ : daisada (大定)

ตำแหน่ง Latitude ที่ 35.664906,139.770274

แผนที่ http://g.co/maps/377hx

 

 

 

  ร้านนี้แหละ

 

 

  คนต่อคิวเยอะเช่นกัน

 

 

  อะไรหนะ Hoka Tama ?

 

 

  ต่ิอคิวกันสองแถวเลย.!?

 

 

  อะ คิวด้านซ้าย ก็คือต่อคิวเพื่อซื้อแบบ Take Home แต่ด้านขวาหละ ... ทำไมมีควันอะไรออกมาด้วย

 

 

  อะ .......... Hoka Tama ก็คือไข่หวานย่างแบบเสียบไม้พร้อมทานนั่นเอง

 

 

โอ้ว ความฝันผมเป็นจริงแล้ววววววววววววววววววววววววววววววว *0*

 

 

 

  ไข่หวานย่างร้อนๆ แบบทานได้ทันที (100 เยน)

 

นึกภาพ อากาศตอนเช้าหนาวๆ ........ ทานไข่หวานย่างร้อนๆ อุ่นๆ นุ่มๆ. ไอร้อนหอมฉุย....... พอกัดเข้าปาก ปากก็มีไอความร้อนออกมา มันให้ความรู้สึกสุดยอดมาก

 

 

Success Morning มากๅ!

 

 

  ทั้งนี้ผมก็ขอลองพุดดิ้งไข่ด้วย (250 เยน) 

 

ถึงอากาศจะหนาว พุดดิ้งจะเย็น แต่ไหนๆมาร้านเกี่ยวกับไข่แล้ว ก็ขอลองเกี่ยวไข่สักหน่อย

 

ทานแล้วก็ไม่หวานมากนะครับ ก็กินได้เพลินๆดี 

 

แต่น่าจะเหมาะกับทานหน้าร้อนมากกว่านะ *-*

 

 

หลังจากทานเสร็จ ผมก็หันหลังไปเจออีกร้านทันที!!

 

 

 

 

 

สถานที่ : tsukiji yamasho (築地山長)

ตำแหน่ง Latitude ที่ 35.664985,139.769893

แผนที่ http://g.co/maps/ct7g4

 

 

 

  ร้านนี้เป็นร้านเล็กกว่าอีกสองร้าน และคนไม่เยอะเท่าสองร้านนั้น

 

แต่ที่ทำให้ผมหลงเข้าไป คือคนขายครับ .......

 

 

คนขายได้คอสเพลย์ เอ้ย แต่งตัวเป็นไข่หวานย่าง! = =

 

 

แล้วคุณพี่สาวคนนี้ก็พูดเชิญชวนเข้าร้านตลอดเวลา ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ คล่องแคล่วมาก

 

แต่การบริการอาจติดขัดบ้าง เพราะชุดคุณพี่สาวเดินไปไหนมาไหนยากดี ..

 

 

  เนื่องจากเค้ามีแบบเสียบไม้พร้อมทานด้วย ผมก็เลยซื้อไม้นึง (100 เยน)

 

ซึ่งแน่นอน ผมสั่งเป็นภาษาญี่ปุ่น ......... 

 

 

แต่เค้าก็พูดคำนึง  คำอะไรไม่รู้........... ฟังไม่รู้เรื่อง เอาแล้วสิ..................

.

.

.

.

.

 

เหมือนเค้ารู้แล้วว่าผมไม่ใช่คนญี่ปุ่นแหง เลยพูดว่า "Raddish"?

 

สรุปคือถามว่าใส่หัวไชเท้าขูดไหม นั่นเอง ........................

 

และก็ตามต่อเนื่องว่าจะเอาหวานไหม ผมก็บอกว่าไม่

 

 

ซึ่งตรงนี้ไม่ได้เรียกว่า Tamagoyaki จะเรียกว่าจะเรียกว่า Dashimaki ครับ คือไข่แบบไม่หวาน ซึ่งเวลาทานกับหัวไชเท้าขูดกับโชยุแล้ว จะอร่อยมาก

 

แน่นอน ทานแบบไออุ่น กลางอากาศหนาว fin อีกแล้ว

 

 

ปล. ... ตอนเห็นในตู้ของร้านที่มีไข่หวานตัวอย่างที่มีไชเท้าขูดด้านบน ผมนึกว่าเป็นราดไข่ปลาเมนไทโกะแหละ -3- 

 

 

 

 

ทานแล้วก็รู้สึกดีนะ

 

 

ทานเสร็จแล้วก็ใกล้ถึงเวลานัดของนาย  G แล้ว

 

ผมก็เลยตัดสินใจเข้าไปในซอยนึง

 

 

  ซอยดังกล่าวมีคนเดินเยอะมาก เลยเดินเข้าไป

 

 

  ในซอยนี้มีของขายเยอะมาก และคนเดินเยอะมากเช่นกัน

 

 

  ปู หอย ต่างๆ มีหมด

 

 

  มีพวกโอนิกิริด้วยนะ

 

ของอื่นๆ ก็มีพวกผักดอง ไชเท้าดอง พวกของสดต่างๆ ทั้งของทะเล และไม่ทะเล

 

 

 

และผมก็เดินไปเรื่อยๆ

 

 

  มาพบกับร้านขายเนื้อ ซึ่งหน้าร้านมีควันเต็มไปหมด

 

 

  เป็นร้านขายเนื้อเสียบไม้นั่นเอง!

 

 

  ดูน่ากินมาก

 

ผมก็ไปต่อคิวรอทานทันที 

 

หลังจากปิ้งได้ที่ เค้าก็จะเอาไปจุ่มซอส แล้วก็วางบนถาดโฟมและขายให้เรา

 

 

  เนื้อเสียบไม้ย่างข้างทาง (300 เยน)

 

เป็นเนื้อน่าจะส่วนเอ็น หรือกระดูกอ่อนนี่แหละ

 

หนึบๆ ร้อนๆ ซอสกลมกล่อม ทานกลางอากาศหนาว ซาบซึ้งอยากจะแชร์มากๆ ;w; ............

 

แน่นอนว่า ทานแถวๆหน้าร้านเลย และทิ้งโฟมกับไม้แถวๆถังขยะหน้าร้านเลย

 

ซึ่งจุดนี้ก็ทำให้การจราจรคนเดินแถวนั้นติดขัดพอควร อันเกิดจากคนยืนทาน

 

แต่ก็ดีกว่าเดินไปทานไปแหละเนอะ *-*

 

 

และ่ก่อนจะหลุดโซนตลาดสึคิจิ ผมก็ต้องแวะกินอีกครั้งจนได้ กับ .... ปลาไหล! เต็มเฟสบุคเลยเหอะ~

 

 

 

สถานที่ : Tsukiji Unagi Restaurant (築地うなぎ食堂/Tsukiji Unagi Shokudō)

ตำแหน่ง Latitude ที่ 35.665512,139.770834

 

แผนที่ http://g.co/maps/4bygu

 

 

  บริเวณหน้าร้าน

 

ต้องเกริ่นก่อนว่า ตอนมาสึคิจิรอบแรก ผมกับเพื่อนได้เจอปลาไหลเสียบไม้ย่าง 500 เยน

 

ซึ่งตอนนี้ ผมหาร้านที่ว่าไม่เจอแล้ว น่าเสียดายมาก

 

ดังนั้นเลยกะว่าต้องหาปลาไหลย่างทานให้ได้

 

 

  เข้ามาทานในร้านเลย (แน่นอนว่าอุ่นสบาย)

 

พ่อครัวก็ปิ้งปลาไหลเตรียมไว้

 

 

  สั่งข้าวหน้าปลาไหลชามเล็กสุดครับ ( 500 เยน)

 

 

  ที่สั่งชามเล็กเพราะกะเก็บท้องไปทานมื้ออื่นๆ ด้วย

 

ปลาไหลที่ได้เลยมีแค่ประมาณ 1/4 ตัว

 

โดยรวมก็อร่อยดีครับ แต่เสียดายน้ำราดน้อยไปนิด รสเลยไม่เข้มข้นเท่าไร ...

 

 

 

 

  ป้ายบอกอย่าเอาภาชนะออกไปนอกร้านนะเธอว์

 

 

  อีกป้าย

 

 

  หน้าร้านก็มีปลาไหลย่างเสียบไม้ขายด้วยครับ สำหรับคนอยากลองปลาไหลอย่างเดียว

 

 

  ลองไม้นึงครับ (200 เยน) ก็ถือว่าพอหายอยากได้ แต่ผมว่าน้อยไปหน่อยอะ

 

และถ้าเทียบกับร้านลุงขายปลาไหลรอบที่แล้ว ผมชอบรอบที่แล้วมากกว่า ไม่รู้ลุงแกหายไปไหน ; - ;

 

 

 

 

เดินสึคิจิเสร็จ ต่อไปก็ต้องไปหานาย G เพื่อไปลุยร้านอาหารที่เล็งมานานตั้งแต่สี่ห้าปีที่แล้วหละ!!

 

つづく

 

Tags: pin 7 Comments